ตอนที่ 3 : มนต์สะกดภูพานจากภูคราม
ที่ตรงนั้นมองเห็นแล้วมันดูลึกลับแต่ก็สวยงาม เหมือนถูกมนต์สะกดเหมือนเราได้เจอดินแดนหนึ่ง เลยเอามาใส่ในเสื้อ เป็นเหมือนควันสีเขียวๆ เหมือนเวลาแม่มดเป่ามนต์
ที่ตรงนั้นมองเห็นแล้วมันดูลึกลับแต่ก็สวยงาม เหมือนถูกมนต์สะกดเหมือนเราได้เจอดินแดนหนึ่ง เลยเอามาใส่ในเสื้อ เป็นเหมือนควันสีเขียวๆ เหมือนเวลาแม่มดเป่ามนต์
พี่นุ่มนิ่มบอกว่าตอนนี้เหลือปักน้าเต็มกำลังปักผ้าลงไปบนเสื้อ รวมถึงใส่ใบไม้อีกนิดหน่อยให้ต้นไม้บางต้น อย่างต้นกระดิ่งนางฟ้าด้านหลังเป็นต้น จริง ๆ แล้วเสื้อตัวนี้ปักเยอะพอที่จะเอาไปส่งได้แล้ว แต่พี่นุ่มนิ่มบอกว่าอยากใส่ทุกอย่างให้ครบ อยากทำให้เต็มที่ เพราะไม่อยากมาเสียดายทีหลังหากส่งไปแล้ว
พี่เจนก็ถือเค้กที่พี่เหมี่ยวซื้อมาจากในเมืองขึ้นมา และพวกเราก็ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้กับพี่บวบด้วยกัน พี่เหมี่ยวได้ชวนพวกเราหยิบการ์ดคนละหนึ่งใบพร้อมพูดความรู้สึกส่งไปให้พี่บวบเนื่องในวันเกิด เราทุกคนใช้เวลาพิจารณาไม่นานก็ต่างหยิบการ์ดคนละหนึ่งใบพร้อมพูดความรู้สึกและคำอวยพรให้กับพี่บวบ
การปักของช่างปักแต่ละคนมีเทคนิคในการปักที่ไม่เหมือนกันเลย อย่างการปักกิ่งไม้ ป้าแน่จะปักจากปลายกิ่งเข้ามาหาลำต้น แล้วมีการตวัดด้ายไปทางด้านซ้ายเพื่อให้ต้นไม้เป็นเกลียวเหมือนเปลือกไม้ ส่วนน้าเต็มจะปักกิ่งไม้เริ่มจากโคนต้นแล้วค่อย ๆ ไล่ขึ้นมาที่ปลายกิ่ง เป็นต้น
รอบนี้เสื้อที่แขวนอยู่หันด้านหน้าออก ทำให้ได้เห็นลายปักที่เพิ่มขึ้นมา จากอาทิตย์ที่แล้วที่ยังโล่งอยู่ ตรงกลางของเสื้อปักเป็นหนองน้ำใส มีดอกบัวและใบบัวลอยอยู่ ชื่อว่าหนองน้ำบ่อก้อม ส่วนฝั่งซ้ายด้านบน เป็นต้นยางใหญ่ที่มีปลาหมอสีทองว่ายวนอยู่กลางลำต้น ตามในเพลงตำนานบ้านยางโล้น
บางวันแม่ก็เข้าไปทำงานในสวนมัน ไปดายหญ้า ใช้จอบถากหญ้าตามร่องมันสำปะหลังแต่เช้า ๆ สาย ๆ ก็อาจจะมาปักผ้าบ้าง ตอนบ่ายก็เอาวัวไปเลี้ยงที่สวน เลี้ยงวัวไปนำ แล้วก็ดายหญ้าสวน ดูแลสวนมันไปนำ เวลากลับมาก็สิมีเวลามาเฮ็ดงานปักผ้าต่อ เริ่มจากบ่ายสี่โมงไปฮอดเวลาค่ำ
แม่น้ำน่ะ เคยคึดอยากไปทำงานเมืองนอกนะ ความคึด ณ ตอนนั้นบ่อยากแต่งงานลูก อยากใช้ชีวิตอิสระ แต่คนสมัยก่อนบ้านแม่น้ำ ผู้เฒ่าผู้แก่เพิ่นอยากเห็นลูกหลานแต่งงาน หาแฟนมาทำไร่ทำนา... พอตัวเองไม่ได้อย่างที่คึดก็เลยมาส่งให้ลูกตัวเองเรียน ปล่อยให้ลูกในปกครองของแม่น้ำไปเผชิญโลกกว้างดูซิ เพราะแม่ไม่มีโอกาสได้ไปพบไปเห็นอะไรที่มันกว้างกว่าอยู่บ้านเรา
ฉันรู้สึกว่าพี่พรรณเต็มที่กับเสื้อตัวนี้จริง ๆ พี่พรรณใส่ความตั้งใจลงไปที่ลายปักทุกลายที่ปักลงไป ทั้งการปักของที่ถนัดและการลองปักอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่เคยปักอะไรมาก่อน บอกเลยว่าพี่พรรณปล่อยของอย่างเต็มที่ ทำให้เสื้อตัวนี้มีความขลัง ใครได้ไปถือว่าโชคดีมาก ๆ พี่พรรณบอกว่าถูกใจเสื้อตัวนี้มาก จำไม่ได้แล้วว่าตอนแรกที่ให้เลือกเสื้อเคยแย่งตัวไหน เพราะระหว่างที่ปักเสื้อตัวนี้ไปเรื่อย ๆ ยิ่งรู้สึกว่าถูกแล้วที่หยิบเสื้อตัวนี้มาปักด้วยการตัดเย็บ ด้วยการย้อมสียิ่งช่วยเสริมให้งานปักดูดียิ่งขึ้นไปอีก
ก็ส่วนใหญ่เป็นเห็ดผึ้ง ก็มีผึ้งหลายชนิดนะ บางอันมันขมก็เรียกเห็ดผึ้งขม ขาวๆก็เห็ดผึ้งฝ้าย ส่วนอันนี้ก็เรียกเห็ดผึ้งคราม แต่ที่นิยมกินกันเรียกเห็ดผึ้งแดง ผมคุยไปก็หยิบเห็ดขึ้นมาดูอย่างใกล้ชิด มันก็ไม่ได้มีความน่ากินเพราะยังเปื้อนดินและมีรูจากการโดนแมลงกินบ้างบางส่วน แต่กลิ่นของมันนี้สิ มันหอมๆเหมือนขนมชิฟฟอน และสัมผัสที่นิ่มๆ จินตนาการไม่ถูกเลยว่าถ้าเอาไปแกงจะเป็นรสชาติยังไง
แม้ว่าวันนี้จะไม่ได้มีขั้นตอนที่ซับซ้อนเหมือนการค้นหูกเมื่อวาน แต่พอได้นั่งดูก็ทำให้เห็นว่ากว่าจะได้ผ้าสักผืน มันมีงานเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกหลายอย่างที่ต้องค่อย ๆ ทำทีละขั้น ตอนเช้าฉันยังเห็นฝ้ายอยู่บนระวิงอยู่เลย พอตกบ่ายฝ้ายก็มาอยู่ในหลอดเล็ก ๆ พร้อมสำหรับนำไปทอต่อแล้ว...