พี่แอม ช่างปักภูคราม และออกแบบลาย
พี่ยังต้องพัฒนาไปอีก เวลาทำงานช่างรุ่นพี่อย่างพี่บวบจะคอยแนะนำ เห็นเขาทำเหมือนจะง่ายนะ แต่พอเรามาทำเองแล้วรู้เลยว่ามันต้องใช้สมาธิสูงมาก
พี่ยังต้องพัฒนาไปอีก เวลาทำงานช่างรุ่นพี่อย่างพี่บวบจะคอยแนะนำ เห็นเขาทำเหมือนจะง่ายนะ แต่พอเรามาทำเองแล้วรู้เลยว่ามันต้องใช้สมาธิสูงมาก
ผ้าชิ้นแรกที่ลองวาดลองปัก พี่ปักลายดอกกลมดอกใหญ่แล้วก็รูปดาว พี่ปักเป็นทั้งดอกไม้และงานวิถี เวลาพี่ปักผ้าพี่จะไปนั่งปักผ้าที่อ่างเก็บน้ำห้วยโท ที่นี่มันสงบ พี่เป็นคนชอบความสงบเวลาทำงาน งานที่ทำส่วนมากพี่จะทำให้แตกต่างจากเพื่อนอยู่แล้ว ไม่อยากให้เหมือนใคร
พอได้รู้จักภูครามได้เป็นสมาชิกภูคราม พี่ก็เริ่มมีเพื่อนมีสังคมจากที่ไม่ค่อยออกไปไหน ทำให้นึกถึงสมัยก่อน เพื่อนๆช่างปักก็จะแนะนำวิธีการปัก สอนเทคนิคต่างๆ จากที่ทำไม่เป็นเลยตอนนี้ก็พอทำได้และยังต้องพัฒนาไปอีก
ป้าทำงานประจำเป็นแม่บ้านโรงบาล เข้ามาทำงานปักผ้าเพราะอยากได้รายได้เสริม งานปักผ้าเป็นงานที่ฝีมือใช้สมาธิสูง อาจใช้เวลาใช้ความคิด ได้น้อยได้มากก็อยู่ที่ความขยันของเรา แต่ก็มีความสุข เวลานั่งปักผ้ามันทำให้จิตใจของเราอยู่กับผ้า
ป้าทำได้ทั้งงานวิถีงานดอกไม้ ป้าเริ่มปักตั้งแต่ผ้าพันคอผืนน้อยๆ รู้สึกว่ามีความสุขมากมันทำให้ป้ารู้สึกผ่อนคลายบางวันถ้าอารมณ์มันได้ คือจิตใจเราสบายมีสมาธิ ป้าอยากจะดึงพระอาทิตย์ขึ้นก่อนไม่อยากให้ค่ำมืด ถ้าค่ำมืดต้องวางงานไปทำกับข้าวให้สามี ป้าจะเปิดเพลงฟังไป ทำงานไป คิดแค่ลายที่อยากปัก จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน
เมื่อก่อนป้าไม่ค่อยสบาย มีโรคประจำตัว เคยคิดฟุ้งซ่านว่าเราจะอาการหนักถึงขั้นตายได้เลยนะ แต่พอเริ่มมาปักผ้า มันเหมือนบำบัดเรา เราได้มุ่งมั่นกับการปักผ้า ไม่ได้สนใจการป่วยกาย อาการที่เคยหนักมันก็เลยดีขึ้น เมื่อก่อนผอมมากตอนทำงานกับพี่เหมี่ยวแรกๆ สังเกตว่าตัวเองอ้วนขึ้น ตอนนี้ร่างกายมันดี รู้สึกสดใสขึ้น อาจเป็นเพราะว่า เราได้มอง ได้ปักแต่ดอกไม้ เวลาไปโคก ไปนาก็มองหาแต่สิ่งสวยๆ งามๆ เพราะว่าอยากเอาไปปักใส่ลายผ้าเรา ไปโคก เห็นเห็ด เห็นหิน เห็นมุมสวยๆ ก็อยากเอาไปปัก ให้คนเห็น
เวลาตัดผ้าป้าจะใช้ความประณีตสูงการวัดผ้าถ้าขาดเกินแค่ 1 เซ็น ทรงของเสื้อผ้าที่เราตัดมันจะเปลี่ยน ป้าเลยต้องละเอียดทุกขั้นตอน งานส่วนใหญ่ที่ป้าทำเป็นทรงที่ขึ้นยากใช้เวลานาน ก่อนจะขึ้นทรงป้าจะถามให้ละเอียดทุกครั้งก่อนขึ้นงานเพื่อที่จะได้ไม่ตัดเศษผ้าให้มันเป็นเศษเล็กน้อยเกินไป เศษผ้าที่เหลือจากการตัดก็จะส่งให้ป้าหนูเอาไปบริหารต่อ
งานของป้าจะเป็นการต่อเศษผ้า เป็นเศษผ้าที่เหลือจากงานตัดเย็บของช่างตัดนำมาต่อกันเป็นชิ้น จากนั้นค่อยนำมาเป็นชิ้นงาน ครั้งแรกที่ป้าต่อผ้าเสร็จแล้วคิดไม่ออกเลยลองมาตัดเป็นกระเป๋า ผ้าห่ม หมอนขิด ต่อมาถึงได้ตัดเป็นเสื้อกว่าจะตัดเป็นเสื้อได้ก็ยากพอสมควร มันยากที่เราต้องซ่อนตะเข็บเก็บไม่ให้เห็นด้วย ความที่มันเป็นผ้าต่อรอยที่เราเห็นมันจะหนาและใหญ่ ป้าต้องหาวิธีเก็บซ่อนตะเข็บถ้าไม่ซ่อนงานก็จะไม่เรียบร้อย
ถ้าเจองานยากพี่จะแอบเครียดอยู่ กลัวทำมาไม่ดี กลัวลูกค้าใส่ไม่ได้ พี่จึงต้องเพียรกับสมาธิสูง ทรงที่ตัดยากสุดจะเป็นเสื้อแจ็คเก็ตตัวใหญ่ กับเสื้อฮูดมีหมวกยิ่งยากยิ่งต้องใช้ความเพียร
เวลาที่ป้าตัดผ้า ป้าจะคิดว่าลูกค้าได้งานไป อยากให้ลูกค้าใส่สบายที่สุด ตรงไหนพัฒนาได้ก็จะพัฒนา ลูกค้าใส่ประทับใจ ใส่สบาย ป้าจะได้มีงานทำ มีงานก็มีเงิน ไม่มีงานก็ไม่มีเงิน