ตอนที่ 3 : ส่งงานท่ามกลางสายฝน

วันนี้ทางเข้านามันเป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้ป้าแน่มานั่งปักผ้าอยู่กับน้าเต็มที่บ้าน ตอนที่ฉันมาถึงป้าแน่แวะออกไปทำธุระแป๊บนึง น้าเต็มบอกว่าป้าแน่เพิ่งไปก่อนที่ฉันจะมาไม่กี่นาทีเอง ฉันจึงถ่ายรูปเสื้อของป้าแน่กับเสื้อของน้าเต็มรอ

พวกเราเปลี่ยนสถานที่กันเล็กน้อย เพราะหน้าบ้านพ่อของพี่นุ่มนิ่มกำลังซ่อมเครื่องยนต์ทำให้มีกลิ่นน้ำมัน น้าเต็มจึงเอาเสื้อมาปูแล้วนั่งปักผ้าที่ครัวแทน

ไม่นานเกินรอป้าแน่ก็กลับมา เสื้อของป้าแน่เหลือแค่เก็บรายละเอียดอีกนิดเดียวอย่างการเติมดอกไม้กับกิ่งไม้อีกนิดหน่อย เสื้อก็จะเสร็จสมบูรณ์ ป้าแน่จึงบอกว่าขากลับจะไปส่งเพราะจะต้องเอาเสื้อไปส่งที่ภูครามด้วย

ป้าแน่ชี้ให้ดูจุดที่ค่อนข้างกังวลว่ามันจะผ่านหรือไม่ มันคือก้อนเมฆที่มีฝนตกลงมา ป้าแน่บอกว่าเม็ดฝนที่ตัวเองปักมันดันเหมือนไข่แมลงวัน

ระหว่างที่นั่งคุยกันไปน้าเต็มก็เอาขนมใส่ไส้มาให้กิน ป้าแน่บอกป้าแน่กินไปหลายอันมากแล้ว ขนมของน้าเต็มไม่ได้หากินได้ง่าย ๆ ตัวฉันเองกินไปได้ 2 ชิ้น

วันนี้พวกเราคุยกันหลายเรื่องหลายประเด็น อย่างเช่น ป้าแน่เล่าให้ฟังว่าสมัยที่ตัวเองยังเด็ก ๆ การสอนหนังสือนั้นสอนกันบนทรายที่ใต้ถุน โดยเขียน ก ข ค ลบ เหมือนแทนการ ใช้กระดานเขียนให้เด็ก ๆ ดู ในสมัยนี้ หรืออย่างการที่เราเรียกเพลงของนักร้องที่เสียชีวิตไปแล้วว่าเพลงผี

เรื่องที่มาของชื่อของแต่ละคน อย่างน้าเต็มที่จริง ๆ แล้วชื่อว่าเต็มดวง เพราะเกิดในวันที่มีพระจันทร์เต็มดวง หรือพี่นุ่มนิ่มที่เกิดมาแล้วน้าเต็มบอกว่า มองไปที่ตรงไหนก็ดูนุ่มนิ่มไปหมดทั้งตัว จึงได้ชื่อว่านุ่มนิ่ม รวมถึงที่มาของชื่อลูก ๆ ของป้าแน่อีกด้วย

และเรื่องการปักของช่างปักแต่ละคนมีเทคนิคในการปักที่ไม่เหมือนกันเลย อย่างการปักกิ่งไม้ ป้าแน่จะปักจากปลายกิ่งเข้ามาหาลำต้น  แล้วมีการตวัดด้ายไปทางด้านซ้ายเพื่อให้ต้นไม้เป็นเกลียวเหมือนเปลือกไม้ ส่วนน้าเต็มจะปักกิ่งไม้เริ่มจากโคนต้นแล้วค่อย ๆ ไล่ขึ้นมาที่ปลายกิ่ง เป็นต้น

ขากลับฉันกลับมาพร้อมป้าแน่เพราะป้าแน่ต้องมาส่งเสื้อที่ปักเสร็จแล้วที่ภูคราม ในมือของฉันถือขนมใส่ไส้ที่น้าเต็มฝากมาให้คนที่ภูครามได้ลองชิม ระหว่างทางฝนตกแบบกระปิดกระปอย เหมือนกับโดนพรมน้ำมนต์ แต่พอเลี้ยวเข้ามาที่ภูครามก็ไม่มีฝนแล้ว แต่มีเมฆค่อนข้างครึ้ม มีทีท่าว่าน่าจะตกอีกรอบ

ป้าแน่เอาเสื้อครามในครามที่อยู่หน้ามอเตอร์ไซค์ออกมาให้พี่ป้ายรีด พี่ป้ายรีด ฟึบฟับ ๆ เก็บทุกมุม พลิกข้างในออกมารีดอย่างละเอียด เสื้อครามในครามของพี่แน่ได้อวดโฉมอย่างเต็มที่

ไม่นานฝนก็เทลงมาอย่างกับฟ้ารั่ว ดีที่พวกเราถึงที่ภูครามกันแล้ว ไม่อย่างนั้นคงเปียกกันทั้งตัว

พี่เหมี่ยวลงมาเพื่อตรวจงานของป้าแน่แล้วรู้สึกชอบมาก ด้ายสีของด้านที่มีตั้งแต่ฟ้าเข้มยันฟ้าอ่อนผสมผสานกันอย่างลงตัว แล้วแต่ละรายละเอียดที่ป้าแน่ปักลงไปบนเสื้อแต่ละอย่างก็ปักลงไปด้วยความใส่ใจ ทั้งด้านในและด้านนอกเหมือนกันทั้ง 2 ฝั่ง แทบจะหาไม่เจอว่าเก็บด้ายไว้ตรงไหน

พี่เหมี่ยวบอกว่าเวลาที่ป้าแน่ปักใบไม้ จะมีความพิเศษกว่าช่างปักคนอื่น ๆ เพราะใบไม้ของป้าแน่จะมีหลายหลายแบบและบางใบก็ไม่ซ้ำกับใคร

พอถ่ายภาพงานของป้าแน่เสร็จ พี่เหมี่ยวก็มอบหมายงานชิ้นถัดไปให้ รอบนี้ป้าแน่ได้เสื้อเป็นเสื้อสูทย้อมคราม คราวนี้ก็ปักครามในครามเช่นเดิม แต่ไม่ต้องแน่นเท่าเสื้อคลุมตัวที่เอามาส่ง ให้ปักซัก 70 เปอร์เซ็นต์พอ

ป้าแน่เดินเข้าไปเพื่อเลือกฝ้ายที่อยู่ในกล่อง ป้าแน่ตรงไปที่กล่องเก็บฝ้ายสีฟ้าแต่กล่องเดียวแล้วเริ่มหยิบสีฟ้าโทนต่าง ๆ ออกมาแล้วเลือกโทนสีฟ้าที่ยังไม่มีเพื่อปักเสื้อตัวใหม่ แต่ป้าแน่ก็ไม่ได้หยิบเยอะเพราะด้ายสีฟ้าจากครั้งก่อนก็ยังมีเยอะอยู่

ป้าแน่บอกว่าจะปักเกี่ยวกับทริปที่เพิ่งไปเข้าป่ามา เริ่มวางแผนคร่าว ๆ ว่าจะปักอะไรบ้าง ทั้งต้นตะแบกที่สูงตระหง่าน จุดสูงสุดของภูแก้งหอยที่จะปักทั้ง ตัวเอง พี่นุ่มนิ่ม น้าเต็ม และฉัน พอพี่เจนได้ยินดังนั้นพี่เจนก็อยากถูกปักลงไปในเหตุการณ์นี้ด้วย ป้าแน่ก็รับปากว่าจะปักพี่เจนเช่นกัน

พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยและฝนก็หยุดตกพอดี ป้าแน่จึงขอตัวกลับบ้านไป ฉันรอไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นงานปักรอบนี้ของป้าแน่

เขียนโดย ใจดี