ตอนที่ 6 สาวเก๋
เลเดีย-ปรัชญา สุขสมทิพย์ คนที่มาถึงภูครามคนแรก เป็นสาวเก๋หน้าตายิ้มแย้ม เธอจบสิ่งทอจาก คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความตั้งใจอยากจะมีกิจการของตัวเอง จึงมาเรียนรู้กับภูคราม เผื่อได้นำไปต่อยอดทำอะไรของตัวเอง จากที่ได้ร่วมงานกันเธอเป็นคนฉลาดและคล่องแคล่ว เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจโลก และมีโลกส่วนตัวในบางเวลา
เล่าให้ฟังหน่อยค่ะว่ามาภูครามได้ยังไง ขับรถมา?
(หัวเราะ) ขับรถมาก็ใช่ หนูเห็นโพสท์ภูครามในเฟสบุ๊ค เรียกว่าเห็นแบบผ่าน ๆ ดีกว่าค่ะ ไม่ได้ติดตามจริงจังขนาดนั้น เห็นว่าภูครามก็มีงานปักนู่นนี่ แต่ว่าไม่รู้ว่าโพสท์สมัครงานอันนั้นมันมาที่หน้าเฟสบุ๊คเราได้ยังไง
ก่อนหน้านี้ตอนที่เรียนอยู่รู้จักภูครามหรือยัง
ตอนเรียนยังไม่รู้จักเลยค่ะ
ตอนเรียนปี 3-4 กี่ปีมาแล้ว
น่าจะ 6-7 ปีไหมนะ
ซึ่งตอนนั้นภูครามก็เกิดขึ้นแล้วแต่ว่าเรายังไม่เคยเห็นผ่านตามาก่อน เพิ่งมาเห็นตอนไหน
เพิ่งมาเห็นน่าจะช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา เห็นแบบผ่าน ๆ เราก็ดูแหละ พอเห็นโพสท์ก็รู้สึกว่าน่าสนใจมาก ๆ เพราะว่าเหมือนเห็นว่าเขาก็ทำงานร่วมกับชุมชนด้วย ทีนี้เราก็กดเข้าไปอ่านในเวป พอไปดูในเวปยิ่งชอบการเล่าเรื่องของที่นี่ เหมือนการทำงานเขาไม่ได้ทำงานแค่ปักแล้วก็จบไป คือในผลงานเขาจะมีการเล่าเรื่องจากช่างแต่ละคน ก็คิดว่าเจ๋งดี แล้วพอเห็นโพสท์ปุ๊ปก็ส่งเรซูเม่มาเลย เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่เพิ่งลาออกจากงานค่ะ แล้วพี่ชายก็ชวนไปช่วยพ่อทำงาน คือจริง ๆ เราไม่ได้อยากทำงานกับพ่อ เราก็อยากจะทำอะไรที่เป็นของตัวเอง แล้วก็รู้สึกว่าอันนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ให้เราได้เรียนรู้ได้
เขามีให้ส่งเรซูเม่และเขียนจดหมายแนะนำตัว
หนูก็ส่งเรซูเม่มา แล้วก็เขียนจดหมายแนะนำตัวว่าเราเป็นใคร อยากทำอะไร สนใจอะไร แล้วก็แนบเรซูเม่มาอย่างนี้ ๆ นะคะ
แล้วพี่เหมี่ยวก็เลยเรียกสัมภาษณ์
ใช่ค่ะ พี่เหมี่ยวก็ติดต่อมา ดีใจมาก
นานไหมที่ส่งไปแล้วกว่าพี่เหมี่ยวจะเรียกสัมภาษณ์
จำไม่ได้ว่านานไหม แต่ว่าก็ไม่ได้นานมาก รู้สึกว่าอาจจะวันสองวันเองด้วยมั้ง
แต่ก็เป็นช่วงหลังจากวันที่ 10 ใช่ไหม ที่เขาบอกว่าขอรับถึงวันที่ 10 เมษายน และหลังจากวันที่ 10 เขาก็จะเริ่มเรียกสัมภาษณ์ถูกป่ะ
เขายังไม่ได้เรียกสัมภาษณ์ เขาตอบเมลล์กลับมาก่อนว่าน่าสนใจ แล้วก็ถ้าหลังวันที่ 10 จะเรียกสัมภาษณ์อีกทีหนึ่งประมาณนี้มั้งคะ หลังจากนั้นก็ได้สัมภาษณ์
ตอนสัมภาษณ์ได้คุยอะไรกับพี่เหมี่ยวบ้าง
พี่เหมี่ยวก็แนะนำภูครามให้รู้จักคร่าว ๆ พี่เหมี่ยวนั่งอยู่ตรงนี้เลย จำได้ จำแบคกราวน์ได้ แล้วพี่เหมี่ยวก็ให้หนูแนะนำตัว แล้วเขาก็ถามว่าเราคาดหวังอะไรจากที่นี่บ้าง ก็ตอบไปว่าก็อยากมาเรียนรู้แหละ เพราะว่าเราเองก็จบเกี่ยวกับสิ่งทอมา แล้วไม่ได้ทำงานด้านนั้นเลย ถ้ามาที่นี่ก็เหมือนได้กลับมาเรียนรู้อีกทีหนึ่ง แล้วก็สนใจการทำงานกับชุมชนด้วย เพราะช่วงหลัง ๆ มา ก่อนที่จะลาออกจากงาน หนูมีความชอบเที่ยวด้วย แล้วก็เริ่มอยากทำงานที่มันเกี่ยวกับการท่องเที่ยวด้วย ก็อยากอยู่ต่างจังหวัดด้วย ก็เลยรู้สึกว่านี่แหละตอบโจทย์สุด ๆ
ถ้าสมมติภูครามให้ทำที่นี่ต่อไปนานๆทำไหม
น่าคิด จริง ๆ ก็ดีนะ แต่ว่าถ้ามันมีใครอยู่ด้วยก็คงจะดีกว่านี้ อยู่คนเดียวมันเหงา
แต่เดี๋ยวก็มีคนมาเรื่อย ๆ แหละ
อืม ก็เล่นกับช่างไป
พอหลังจากที่เขาตอบรับว่ามาได้นะ เราได้ไปหาข้อมูลอะไรเพิ่มเติมไหม
หนูไม่ได้ไปหาอะไรเพิ่ม
ก็รอแค่เวลามา
ใช่ รอเวลา แล้วก็มาลุ้นเอา เพราะรู้สึกว่ามันจะสนุก แค่นั้นเลย
แล้วก่อนที่เราจะมาภูครามเราวาดภาพไว้ยังไงไหม ว่าที่นี่จะเป็นยังไงน้า มีวาดภาพไว้ในใจไหม จะอยู่ยังไง กินยังไง ได้คิดไหม
ไม่ได้คิดค่ะ จริง ไม่ได้คิดเลย
มาก็คือมา ขนของขึ้นรถเลย อะไรแบบนี้เหรอ
ใช่ แต่ในใจคิดไว้ว่าถ้าจะมาคือ 5 เดือนแน่ ๆ คงไม่อยู่ 3 เดือน แต่พอมาถึงแล้วพี่เหมี่ยวบอกว่ามีคนหลายคนและอาจจะต่ำสุด 3 เดือนนะ หนูก็คิดว่าก็ได้ เดี๋ยวลองดูอีกทีหนึ่ง
แล้วพี่เหมี่ยวก็ให้มาเริ่มได้ตอนเดือนพฤษภาคมนี้เลยใช่ไหม
ใช่ ตอนแรกพี่เหมี่ยวก็ถามว่าหนูจะสะดวกเริ่มทำงานได้ตอนไหน แล้วจริง ๆ ในโพสท์ให้เริ่มทำงานช่วงพฤษภาคม ก็เลยบอกว่าพฤษภาคมถึงธันวาคมหนูทำได้หมด
แล้วพอได้มาถึงภูครามแล้วความรู้สึกเป็นยังไงบ้าง
มันดีนะคะ บรรยากาศ เราเคยคิดว่าสกลนครจะเป็นจังหวัดที่มีความร้อนและแล้ง ด้วยความเป็นคนกรุงเทพฯ และไม่เคยมาที่นี่เลย ไม่ค่อยมาภาคอีสานด้วย จะไปเที่ยวอีสานแค่ไม่กี่ที่ แล้วไม่เคยมาสกลฯ พอมาถึงก็รู้สึกว่าบรรยากาศมันดีมากกว่าที่คิด มันน่าอยู่มาก เพราะภูพานมันอยู่บนหุบเขาด้วยมั้ง มันก็ยิ่งน่าอยู่ บรรยากาศดี แต่ว่าไม่ค่อยกังวลเรื่องการกินอยู่ เพราะว่าเคยไปอยู่เขาค้อมา มันเป็นรีสอร์ตของรุ่นพี่ ก็เลยรู้สึกว่าถ้าอยู่ต่างจังหวัดก็ไม่น่ามีปัญหา พอมาถึงก็อยู่ได้สบายดี สบายกว่าที่คิดด้วย
“…ช่างทุกคนที่นี่เขามีความคิดที่จะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง ต้องเลี้ยงดูตัวเองได้ เลี้ยงครอบครัวได้ เขาไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องรอให้ผู้ชายหามาให้ ผู้หญิงทุกคนมีงาน พอมาทำงานที่นี่แล้วมันทำให้เขามีศักยภาพ รู้สึกว่ามันมีพลังบางอย่าง แล้วมันก็ค่อนข้างจะให้แรงบันดาลใจ”
มาที่นี่มีงานหน้าที่อะไรบ้างคะ
ตอนนี้พี่เหมี่ยวก็จะให้ช่วยดูเรื่องสต๊อกค่ะ แล้วก็ช่วยหลังบ้านบ้างนิดหน่อย ติดตามช่าง แล้วก็มีช่วยเซตถ่ายรูปลงเวปไซท์ แล้วก็เป็นคนเอาเสื้อผ้าที่ถ่ายลงในเวป ตัดคลิปลงเพจ ก่อนไปงานออกบูธก็ทำการ์ดส่งให้ลูกค้าด้วย



ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมารู้สึกยังไงบ้างกับการทำงานที่ภูคราม
รู้สึกว่าได้ทำหลายอย่างดี แต่ว่าไม่เหนื่อยนะ สนุก เหมือนมาเล่น ตอนนี้ก็ยังรู้สึกเหมือนมาเล่นอยู่ เหมือนเราได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ทุกวันเลย แล้วเราก็สบายใจที่จะอยู่นี่มาก ๆ
แล้วเดือนถัดไปนี้มีความคิดอะไรบ้างว่าจะทำอะไรให้ภูคราม
เริ่มอยากได้ลองไปเดินป่า ได้ลองทำงานกับชุมชนอื่น ๆ แล้วบ้าง แล้วก็หวังว่าความรู้ที่เรามีจะช่วยอะไรที่นี่ได้บ้าง
ได้มาช่วยแลกเปลี่ยนความรู้กับชุมชน
ใช่ๆๆๆ เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เก่งอะไรสักทางขนาดนั้น แต่เราสามารถทำอะไรได้หลาย ๆ อย่าง และบางทีมุมมองของเราบางอย่างก็อาจจะช่วยแลกเปลี่ยนอะไรกับที่นี่ได้บ้าง
อย่างเช่นอะไรที่เราพอจะนึกออกบ้าง
จริง ๆ หนูว่าอาจจะช่วยมอง ช่วยคิด ช่วยแนะนำช่างได้นะว่าเวลาเราจะปักผ้า เราควรจะเสริมเพิ่ม เลือกสีอะไรยังไง แต่ส่วนใหญ่ช่างทุกคนที่นี่เขาเก่งอยู่แล้ว ตอนคุยกับพี่พรรณแรก ๆ พี่พรรณก็เคยบอกว่า เนี่ยเลเดียก็น่าจะมาช่วยได้ ช่วยคิด ช่วยมอง ว่าควรปักอะไรยังไงดี แต่พออยู่ไปก็รู้สึกว่าช่างทุกคนเก่ง ไม่รู้จะช่วยอะไร (ขำ)
คงต้องอยู่ไปอีกสักพักนะกว่าที่จะเห็นว่าเราจะเอาความรู้ความสามารถอะไรของเราไปเสริมให้เขาได้บ้าง
ใช่ ๆ ค่ะ อย่างพี่ตั้มก็จะมาปรึกษาเรื่องการทำงานสต๊อกหลังบ้าน ที่หนูเคยทำมาก็จะมีความคล้าย ๆ กับที่เขาเคยทำอยู่แล้ว ก็จะแค่ช่วยได้ว่าทำยังไงให้มันง่ายขึ้นอีกนิด มีสูตรลัดอะไรที่มันจะง่ายขึ้นนิด ๆ หน่อย ๆ
คือเราพอจะใช้โปรแกรมเป็น
ใช่
แล้วพอได้มาสัมผัสภูครามจริง ๆ ตอนแรกจากที่เรารู้จักผิวเผิน แล้วตอนนี้พอเรามาสัมผัสจริง ๆ เรามีความเห็น ความรู้สึกยังไงกับที่นี่บ้าง
หนูว่าที่นี่ให้แรงบันดาลใจหนูมาก ๆ สุด ๆ คือพี่เหมี่ยวแกเป็นคนที่เก่งมาก ๆ เขาสามารถทำงานร่วมกับชุมชนร่วมกับชาวบ้าน เป็นการสร้างพลังมาก ๆ มันนึกถึงความเป็นเพื่อนหญิงพลังหญิงยังไงไม่รู้ เพราะว่าช่างทุกคนที่นี่ก็จะเป็นผู้หญิงกันหมดเลย แต่ว่ารู้สึกว่าความคิดของคนสมัยก่อนส่วนใหญ่มองว่าผู้ชายต้องเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นคนทำงานเลี้ยงดูครอบครัว แต่ว่าช่างทุกคนที่นี่เขามีความคิดที่จะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง ต้องเลี้ยงดูตัวเองได้ เลี้ยงครอบครัวได้ เขาไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องรอให้ผู้ชายหามาให้ ผู้หญิงทุกคนมีงาน พอมาทำงานที่นี่แล้วมันทำให้เขามีศักยภาพ รู้สึกว่ามันมีพลังบางอย่าง แล้วมันก็ค่อนข้างจะให้แรงบันดาลใจ
คิดว่าจบจากนี่จะสามารถเอาสิ่งที่เราได้ทำในภูครามไปต่อยอดอะไรให้ตัวเองได้อีกบ้าง ถ้าสมมติวาไม่ได้ทำต่อที่นี่
หนูว่าวิธีคิด แล้วก็การจัดการบางอย่างอาจจะเปลี่ยนไปมั้งคะ แต่ก่อนหนูจะเป็นคนกลัวที่จะทำ มันจะมีความกังวลไปก่อนว่ามันจะดีไหมน้า มันยังไม่พร้อมเลย ต้องให้มันโอเคกว่านี้ เราถึงพร้อมจะเริ่มทำมันจริง ๆ แต่พอมาที่นี่ได้เห็นหลาย ๆ อย่างแล้วรู้สึกว่าเราก็แค่ลงมือทำไปเลย ลองดู อะไรอย่างนี้ค่ะ
จากที่พี่เหมี่ยวทำให้เห็นใช่ไหม
ใช่ ก็แค่ก็ลงมือทำ แล้วเป็นยังไงก็ว่ากัน มันก็แก้ไขไปได้เรื่อย ๆ อยู่แล้วอะไรอย่างนี้
เราแก้ปัญหาระหว่างทางได้
ใช่ ๆ
ทำก็ทำให้เห็นปัญหา ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยก็ไม่เห็นอะไร
ใช่ ถูกค่ะ


แล้วล่าสุดเลเดียเป็นคนเดียวที่ไม่กลับบ้าน คิดถึงบ้านไหมเนี่ย
เอาจริง ๆ นะ ไม่คิดถึงบ้านเลย
แสดงว่าสนุกมาก อยู่นี่แฮปปี้มีความสุขไม่อยากกลับบ้าน
ไม่อยากกลับบ้านสักนิด แต่ว่าก็มีเหงา ๆ นิดหนึ่งนะ เพราะว่าเราอยู่ไกลจากเพื่อน ๆ ปกติอยู่บ้านเราก็ยังไปเที่ยวเล่น ไปคุยกับเพื่อน ๆ ยังรู้สึกว่าใกล้กัน
อ๋อ แถวบ้านมีเพื่อนอย่างนี้เหรอ
ใช่ค่ะ แต่พอมาอยู่นี่มันแค่รู้สึกว่าเหงาเพราะห่างจากเพื่อนแค่นั้นแหละ
ปกติอยู่บ้านก็เฉย ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับคนในบ้านหรือว่ายังไง
ก็ใช่ หนูเฉย ๆ จริง ๆเป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยเล่าอะไรให้ที่บ้านฟัง
เหมือนที่อยู่แบบนี้แหละ ใช่ไหม
ใช่ ๆ จะเป็นคนนิ่ง ๆ ถ้าอยู่บ้านเราจะมีมุมของเรา บ้านหนูจะมีสองหลัง เป็นหลังที่แม่กับตากับยายอยู่ด้วยกัน แล้วอีกหลังหนึ่งจะเป็นบ้านป้า เราสนิทกับป้า ก็จะชอบไปนั่งเล่นอยู่บ้านป้า คนอื่นเขาก็ทำโน่นทำนี่ของเขาไป บางทีป้ามาอยู่บ้านเขาก็จะชวนคุย ก็จะคุยกับป้าเยอะเป็นพิเศษ
แต่ก็ไม่ได้สนิทกับคนในบ้าน ส่วนใหญ่ไม่ได้เล่า ไม่ได้ปรึกษาอะไร
ใช่ค่ะ ไม่ค่อย
แล้วเวลามีปัญหาชีวิตปรึกษาใคร
ปรึกษาแฟน แต่ตอนนี้ไม่มีแฟน แล้วพอเลิกกับแฟนทุกคนที่บ้านเขาก็เหมือนพยายามคุยกับเราเยอะขึ้นนะ
ทีนี้พอมาอยู่นี่ก็แฮปปี้เลยไม่คิดถึงบ้าน?
ใช่
แล้วการทำงานกับเพื่อน ๆ คนที่เพิ่งมาเจอกันเนี่ยเป็นไงบ้าง
ก็สนุกดีนะคะ ทุกคนเขาจะมีคาแรคเตอร์การทำงานที่ต่างกัน คือเรายังไม่ได้ทำงานร่วมกันขนาดนั้น เหมือนต่างคนต่างมีหน้าที่แล้วแยกย้ายกันไปทำก็เลยอาจจะยังไม่ได้เห็นว่าถ้าต้องมาทำงานร่วมกันจริง ๆ จะเป็นยังไง จะมีทำกับนมสดเยอะอยู่ เพราะนมสดจะเป็นคนถ่ายภาพ แล้วเราจะได้จัดเสื้อผ้า ก็จะเห็นวิธีการทำงานของนมสด นมสดเขาจะเป็นคนที่เหมือนจะมีวิธีคิดที่จะทำสิ่ง ๆ นั้นให้ง่ายและรวดเร็ว แต่หนูจะเป็นอีกแบบหนึ่ง คือทำซ้ำซ้อนได้ ทำยังไงก็ได้เอาให้เป๊ะที่สุด ก็จะมีความแตกต่างบางอย่าง
แต่มันก็เป็นข้อดีที่คนไม่เหมือนกันมาอยู่ด้วยกันมันก็จะมีมาเจอกันตรงกลาง แล้วสังเกตว่าเลเดียเป็นคนช่างสังเกต ลองยกคาแรคเตอร์ของเพื่อนๆแต่ละคน เล่าอธิบายให้ฟังหน่อยสิ จากที่เรามองเห็น
อู๊ย…ยากจัง หนูว่านมสดมีความเป็นเอ็กซ์โทรเวิท เขาจะเข้ากับใคร จะคุยกับใครได้ง่าย แล้วก็น่าจะเป็นคนที่มีเรื่องให้พูดได้เรื่อย ๆ อาจจะด้วยการที่เขาไปเรียนเรื่องกระบวนกรมาก็จะมีความเข้าถึงคนได้ง่าย เข้าใจคนได้ นมสดติดแฟนมากกกก อันนี้ขอเม้าท์ แต่ว่ารู้สึกว่ามันน่ารัก เขาจะชอบนั่งคุยโทรศัพท์กับแฟน เปิดวิดีโอคอล กินข้าวไปด้วย บางทีทำกับข้าวแฟนก็บอกให้ทำอย่างนู้นอย่างนี้ น่ารักมาก เราก็ไม่มีอ่ะเนาะ แต่ก็ไม่เป็นไรเราก็แฮปปี้อยู่
ส่วนใจดี เจอตอนแรกรู้สึกว่าน้องดูเด็กมาก แต่ก็รู้สึกว่าเขามีความเป็นผู้ใหญ่นะคะ เพราะว่าเขาออกมาอยู่ได้ด้วยตัวเอง ตัดสินใจออกมาทำอะไรอย่างนี้ได้ ก็รู้สึกว่าน้องเก่ง
พี่ยังแปลกใจเลยคุยกับเขารู้สึกเหมือนคุยกับเพื่อน เหมือนคุยกับคนรุ่นเดียวกัน
อืม น้องเก่ง แต่น้องก็ยังมีความเป็นเจนซีนะ หมายถึงคลื่นของเขาน่ะมันก็จะเป็นคนละเจนกับเรา คือนมสดกับหนูมันเป็นเจนเดียวกัน ก็จะมีอะไรที่คล้าย ๆ กัน การพูดการจา นู่นนี่ แต่ใจดีเขาก็จะมีความเป็นเจนซี แล้วก็มีวิธีคิดที่สดใสมาก ๆ
แต่พี่แปลกใจว่าเจนเลเดียกับพี่ ทำไมบางอย่างเลเดียทัน คือเกิดทันกันเหรอ มันยังทันอยู่เหรอ อะไรอย่างนี้ อย่างเรื่องหนัง ละคร ดารา มันยังทันใช่ไหม (หัวเราะ)
ทันอยู่ แต่จริง ๆ หนูเป็นคนไม่ค่อยตามเทรนด์เท่าไหร่ เป็นคนโอลด์แฟชั่นนิดหนึ่ง
เหลือพี่ พี่เป็นคนคาแรคเตอร์ยังไง
หนูว่าพี่ฮุ้งดูเป็นคนลุย แล้วก็ดูเป็นคนชิลล์ แล้วก็ยังมีความเป็นเด็ก ในทางที่ดีนะคะ กับบางคนในช่วงอายุเท่านี้ เขาอาจจะไม่ได้มีคลื่นประมาณนี้ แต่พี่ฮุ้งมีคลื่นที่ยังมีความเป็นเด็ก ยังมีความลุย แล้วก็มีประสบการณ์ เป็นที่ปรึกษาได้ แล้วก็ความรู้รอบตัวเยอะด้วย เห็นจากที่เล่นเกมส์ใบ้คำเก่งมาก
แล้วถ้าให้มองตัวเองล่ะ จะบอกว่าตัวเองเป็นคนยังไง จะนิยามตัวเองว่าเป็นยังไง
หนูเหรอ รู้สึกว่าตัวเองค่อนข้างเปลี่ยนไปจากเดิม แต่ก่อนหนูค่อนข้างอินโทรเวิทจัดเลย นี่ก็ยังเป็นอยู่ ก่อนหน้านี้หนักเลย คนที่รู้สึกว่าไม่กล้าเข้ามาคุยกับเราก็มี แต่จริง ๆ เป็นคนที่ไม่ได้อะไรนะ ถ้าใครจะมาคุยก็คุยได้ แต่ว่ามันอาจจะมีรัศมีบางอย่างที่ทำให้คนเกรงใจ แต่พอปีนี้ผ่านมารู้สึกว่าตัวเองมีความเปิดรับมากขึ้น กำแพงมันน้อยลง บางมุมก็จะมีที่แบบ อยากชาร์จพลังอยู่คนเดียวแฮะ แต่ว่าบางมุมพอได้มาคุยมาแลกเปลี่ยนกับคนอื่น ๆ มันก็ได้รับพลังบางอย่างเหมือนกัน
สมัยเรียนเป็นยังไง
ถ้าช่วงมัธยมจะเป็นคนมั่นใจในตัวเองมาก ช่วงม.ต้นน่ะ มั่นใจในตัวเอง
เรียนเก่งไหม
เรียนเก่งไหมก็พอประมาณ อาจจะไม่ได้อันดับต้น ๆ ก็กลาง ๆ อะไรแบบนี้ แต่ก็ขยันนะ เป็นคนที่ขยัน แล้วก็มั่นใจในตัวเอง ในที่นี้หมายถึง มั่นใจที่จะอยากทำอะไรก็ทำ อยู่กับเพื่อนเราก็จะสนุกมาก แล้วพอเริ่มม.ปลาย เราก็เริ่มเงียบลง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
เปลี่ยนเพื่อนหรือเปล่า
เพื่อนก็แก๊งเดิมค่ะ มีความเงียบลง บางอย่างก็อาจจะไม่ได้คุย ไม่ได้เล่าให้เพื่อนฟังมากขึ้น แต่พอมหาลัย มันก็มีความก้ำกึ่งระหว่างม.ต้น กับ ม.ปลาย
มีทั้งสนุก มีทั้งช่วงเงียบ
ใช่ แล้วพอจบมหาวิทยาลัย ก็อินโทรเวิทจัดเลย
แล้วพอเราได้มาทำงานกับช่าง มาอยู่ในชุมชนจริง ๆ แล้วรู้สึกยังไงบ้าง
รู้สึกสบายใจ ทุกคนน่ารักมาก ทุกคนใจดี แล้วก็เหมือนมันมีความเป็นญาติเป็นพี่เป็นน้องกัน น่ารักมาก ๆ อาจจะเพราะพออยู่ที่บ้านเราก็ไม่ได้คุยกับคนที่บ้านมากขนาดนั้น แต่ว่าพอมาอยู่ที่นี่ได้ลองเปิดใจได้ลองคุย รู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน
พี่ยังรู้สึกผูกพันเลย อย่างไปนาพี่แจ๋ว แล้วไปกองกันอยู่ตรงนั้นหลายคน ไปสองอาทิตย์แล้วเราเริ่มผูกพันแล้วนะ พอจะเริ่มผูกพันเราจะเริ่มรู้สึกกลัวแล้ว อาจจะเป็นความรู้สึกส่วนตัวเองนะ พวกเขาน่ารักดีเนอะ รักเขาจัง
ใช่ น่ารักทุกคนเลย
มีอะไรอยากจะบอกพี่เหมี่ยวไหมคะ
รู้สึกโชคดีค่ะ ที่ได้เจอพี่เหมี่ยว แล้วก็ขอบคุณที่แกคิดโปรเจกต์นี้ขึ้นมาทำให้เราได้มาอยู่ตรงนี้ หนูมีความสุขมาก ๆ เลยนะ มาที่นี่แล้วก็รู้สึกเหมือนมันกลายเป็นมีความภูมิใจในตัวเองเพิ่มมากขึ้นด้วย แล้วก็ไม่รู้สิ มันมีความสุขเยอะมากเกินปกติ มันล้น และก็ชื่นชมเขามาก ๆเหมือนกัน เพราะเขาเป็นคนที่เจ๋งมากที่ทำอะไรแบบนี้ขึ้นมาได้ แล้วก็รู้สึกภูมิใจ คือเห็นว่าช่างทุกคนก็ภูมิใจในตัวพี่เหมี่ยวด้วยเหมือนกัน แสดงว่าพี่เหมี่ยวก็เป็นคนที่ทำให้ทุกคนเห็นคุณค่าในตัวเอง
เรารู้สึกว่าพี่เหมี่ยวเป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคนตอนนี้ เวลาพี่เหมี่ยวไม่อยู่แล้วรู้สึกเหงาหงอยเนอะ
ใช่ แต่โดยรวมแฮปปี้ค่ะ
เขียนโดย Hoong Nuttanunt




