เราคิดงานไปเราก็จะมีความสุขไป คนที่ใส่…ถ้าเราไม่ถ่ายทอดให้เขาให้รู้จัก เขาก็จะไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง เขาก็จะเห็นว่าเออตัวนี้พี่บวบปักยังไง…”
เช้าวันอังคารในสัปดาห์ที่สามของเดือนสิงหาคม เช้านี้ทีมหน้าฝนมีนัดประชุมออนไลน์กับพี่เหมี่ยวช่วง 10:00 น. เพื่อคุยกันเรื่องบทความการติดตามช่าง
ฉันได้รับไม้ต่อจากนมสดให้ติดตามเสื้อโปรเจกต์ของพี่บวบ เนื่องจากนมสดจะต้องกลับบ้านในช่วงต้นเดือนกันยายนแล้ว และด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทำให้พี่บวบไม่สามารถทำงานได้ทันเวลา 3 เดือนตามที่ที่พี่เหมี่ยวกำหนดไว้
ฉันเองยังมีเวลาอยู่ที่นี่ไปจนถึงต้นเดือนตุลาคมจึงได้โอกาสไปติดตามพี่บวบต่อจากนมสด พอได้รับมอบหมายงานมา ก็ทำเอาฉันตื่นเต้นว่าจะได้เห็นลวดลาย และฝีมือการปักของพี่บวบในรูปแบบไหน
พี่บวบขึ้นชื่อว่าเป็นศิลปินเอกของภูครามเลยก็ว่าได้ แกเป็นไอดอลของช่างปักหลาย ๆ คน ด้วยการสร้างสรรค์งานที่ไม่ธรรมดา และความสามารถในการถ่ายทอดเรื่องราวของผืนป่าภูพานออกมาบนผืนผ้าได้อย่างลึกซึ้ง
นอกจากจะได้ติดตามงานของแก ฉันเองก็อยากฝากตัวเป็นศิษย์ของแกเหมือนกัน
ประชุมจบไม่นานเสียงพี่บวบก็แว่วมาแต่ไกล เป็นเอกลักษณ์ของพี่บวบไปแล้ว ในทุกครั้งเสียงเฮฮาของพี่บวบจะดังแว่วมาก่อนที่จะเห็นตัวแกเสมอ
วันนี้พี่บวบเข้ามาภูครามเพื่อเอาเสื้อเชิ้ตโปรเจกต์เข้ามารีด จังหวะเหมาะเจาะอย่างกับแกคิดไว้แล้วว่าฉันจะต้องติดตามงาน เลยเข้ามาให้ได้เห็นผลงานเป็นออเดิร์ฟซะเลย

เสื้อของพี่บวบยังคงความมีชีวิตชีวาของผืนป่าไว้เหมือนเดิม คงเอกลักษณ์ของต้นไม้ที่ปักได้อย่างละเอียดละออด้วยฝ้ายเส้นเล็ก ๆ บริเวณชายเสื้อมีดอกหญ้าที่ฉันยังไม่เคยได้เห็นบนเสื้อของภูครามมาก่อน
ฉัน นมสด พี่ฮุ้งมายืนชมเสื้อของพี่บวบอยู่ด้วยกันสักพักหนึ่ง ก่อนพี่ฮุ้งจะขอตัวไปเคลียร์งานของตัวเอง ส่วนฉันกับนมสดก็ยืนคุยอยู่กับพี่บวบ พลางสำรวจเสื้อไปด้วย
“ไปอยู่นาประมาณสองสามวันเลยได้เสื้อตัวนี้มา” พี่บวบเล่าในขณะที่มือก็รีดเสื้อไปด้วย “เพราะว่าอยู่ที่บ้านพ่อค่อนข้างจะมีความเครียดเยอะ กังวลทำนู่นทำนี่ แล้วก็มีคนมาหาพ่อ แบบญาติ ๆ อย่างเงี้ย แล้วเราค่อนข้างไม่มีสมาธิ มันมีแขก”
ฉันพยักหน้า
“ส่วนพ่อก็ดูดีขึ้นแล้ว พี่ก็… ไปใช้สมองอันน้อยนิดอยู่ในนา มันรู้สึกโปร่งแล้วก็ได้งานชิ้นนี้มา เลยอยากอวดว่า เอ๊อ! มาแล้วนะพี่นมสด พี่บวบกลับมาแล้ว”
“อื้ม… มาแล้ว ๆ” นมสดตอบรับ
“อันนี้มีความรู้สึกอยากทำป่าเห็ด” แกชี้ไปที่บริเวณเสื้อด้านหลังทางฝั่งซ้ายล่าง “ก็จะทำข้างหลังเป็น… มีป่าบ้าง เป็นทุ่งบ้าง… อันนี้ เป็นต้นกระดุม”
พี่บวบพลิกเสื้อมาที่ด้านหน้า
“อันนี้ก็ต้นติ้ว จะมีสีแดง ๆ แทรก อันนี้ก็จะเป็นเหมือด” แกค่อย ๆ ไล่นิ้วชี้ไปที่ต้นไม้แต่ละต้นตั้งแต่ด้านหลัง ไปถึงด้านหน้าเสื้อ บนเสื้อด้านหน้าฝั่งซ้ายมือถูกปักเต็มพื้นที่ไปด้วยต้นไม้ ทุ่งหญ้า โขดหิน ตอไม้ ดอกไม้ และมีกระต๊อบอยู่ด้วย

“ตะแบกเลือด” แกชี้ไปที่ต้นไม้สีน้ำตาลอ่อนซึ่งมีสีเทาแทรกเป็นมิติ “กิ่งก้านสาขามันยังไม่ใหญ่จนเกินไป ส่วนมากจะเจอในป่าหิน บางที่เรียกเปลือย บางที่เรียกตะแบก… ที่นาพี่ก็มี”
“อ้อ” ทำเอาฉันอยากไปเห็นที่นาของพี่บวบเลย ได้ยินกิตติศัพท์มานานว่านาพี่บวบเป็นอาณาจักร แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปสักครั้ง
“พี่บวบไม่ค่อยมีเส้นใหญ่เนอะ ไม่งั้นมันจะหนาใช่ไหมครับ” นมสดสังเกตว่าบนเสื้อของพี่บวบส่วนมากจะปักด้วยฝ้ายเส้นเล็ก
“ใช่ค่ะ”
“ขนาดเส้นเล็กยังหนาเลย” นมสดว่า
“ใช่ เส้นเล็กยังหนา แต่ไม่ได้หนาจนเกินไปนะ ไม่ชอบใช้ฝ้ายเส้นใหญ่ พี่ไม่ชอบตีคู่เป็นหก ส่วนมากจะเป็นสี่” พี่บวบอธิบาย
ฉันพยักหน้าพลางคิดภาพตาม
“ผ้านี่ก็หนาแล้ว พี่ไม่ต้องการใช้ฝ้ายที่มันเป็นเส้นใหญ่” แกชี้รายละเอียดฝ้ายที่ตัวเองใช้ปักลงบนเสื้อ “อย่างเนี้ยใช้เส้นเดี่ยว งานมันละเอียดมันก็เลยดูเหมือนหนา พี่ตีคู่เดี่ยวจะกลายเป็นสอง แต่ฝ้ายนี่แข็งแรงมากนะ”
การตีคู่เดี่ยว ตีคู่สี่ หรือหกที่พี่บวบหมายถึง คือจำนวนเส้นที่ใช้ในการปักของลาย เช่น ถ้าใช้จำนวนเส้นฝ้ายหนึ่งเส้น พอสนเข็มและดึงฝ้ายมาทบกันแล้ว เส้นฝ้ายก็จะกลายเป็นสองเส้น

พี่บวบบอกว่าการปักของแก พอได้เริ่มต้นก็เหมือนได้ลองผิดลองถูกไปด้วย ไม่ใช่ว่าจะทำเป็นเลยตั้งแต่แรก
“มันจะทำยังไงน้อ ก็ลองผิดลองถูกในขณะที่เราทำครั้งแรก แล้วพอครั้งสองครั้งสามงานก็จะค่อนข้างละเอียดขึ้นเรื่อย ๆ ดอกเนี้ยทำยาก”
อย่างดอกหญ้าที่ถูกปักดูฟูสวยงามซึ่งแกลองทำเป็นครั้งแรก ก็เป็นการลองผิดลองถูกของแก
“เราทำหลายขั้นตอนนะ จะทำกิ่งต้นไม้ แล้วมาทำแบบนี้” แกชี้ที่ด้านในดอกหญ้าที่ถูกปักต่อจากกิ่ง เป็นเหมือนเกสร ก่อนจะชี้ที่รอบนอกของดอกที่เป็นลักษณะฟู ๆ ขน ๆ “แล้วมาทำแบบนี้อีกซ้ำ ๆ แล้วก็มาเกลียวข้างหลังอีก”
“โห… สุดยอด” ฉันทึ่งในความละเอียดของพี่บวบ

“ให้ผู้ใส่เขารู้สึกว่ามันมีคุณค่า ผู้ใส่เขาไม่รู้หรอกว่าเราทำอะไรกับเสื้อตัวนี้บ้าง ถ้าไม่เกลียวมันก็จะติด เกลียวให้แทบจะไม่หลงเหลือ เดี๋ยวดูไม่โปร ไม่ชอบ”
ฉันกับนมสดหัวเราะในความติดตลกของแก
“ปักเรื่อย ๆ ส่วนมากก็ปักเห็ดไปแล้วก็มาปักหญ้า ที่จริงไม่ใส่หญ้าก็สวยนะ เห็ดเขาจะได้โดด ๆ” แกชี้ตรงจุดที่ปักเห็ดไว้บนผืนผ้าสีครามที่ไม่ได้ปักพื้นหญ้ารอบ ๆ “ป่านี้คือเอเลี่ยนทั้งนั้น เป็นป่าข้างล่าง ไม่ใช่ป่าข้างบน ส่วนมากถ้าเริ่มมีคนเข้าไปอาศัย พวกพืชที่ไม่ใช่พืชพื้นถิ่นก็จะมี”
“อ่า เพราะว่าคนเข้าไป ก็เลยมีเอเลี่ยนสปีชี่ส์ตามไป” ฉันพูดทวนอย่างเข้าใจ
“ เราทำหลายขั้นตอนนะ จะทำกิ่งต้นไม้ แล้วมาทำแบบนี้อีกซ้ำ ๆ แล้วก็มาเกลียวข้างหลังอีก…
ให้ผู้ใส่เขารู้สึกว่ามันมีคุณค่า ผู้ใส่เขาไม่รู้หรอกว่าเราทำอะไรกับเสื้อตัวนี้บ้าง ถ้าไม่เกลียวมันก็จะติด เกลียวให้แทบจะไม่หลงเหลือ เดี๋ยวดูไม่โปร ไม่ชอบ ”
พี่บวบอธิบายวิธีการคิด วิธีการวางงานให้ฉันและนมสดฟัง แกใส่ใจทุกเรื่องตั้งแต่การวางงานให้เป็นมิติ ต้นไม้ทุกต้นจะซ้อนกันเป็นระยะที่ถูกต้อง ต้นไหนถูกปักข้างหน้า ต้นไหนถูกปักข้างหลัง แกจะไม่มองข้ามเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในงานเลย ถ้าทำไปแล้วจังหวะในการปัก ลวดลายไม่เป็นธรรมชาติ ก็จะตัดทิ้งและแก้ไขใหม่
“มันมีกระต๊อบ” แกชี้ไปที่กระต๊อบหลังหนึ่งที่ถูกปักอยู่บริเวณหน้าอก “มันมีคนไปอาศัย อย่างที่บอกว่ามันไม่ใช่ป่าลึกนะ จะมีไม้ถูกตัด ซึ่งตัดก็ตัดจริง ๆ ไม่ได้โกหกว่าไม่ตัด พวกนี้ทำไมถึงตัด เพราะว่ามันใกล้เขา มันใกล้ที่อาศัย”
ตอไม้ของพี่บวบมีสีสันแตกต่างกัน เพื่อให้รู้ว่าตอไม้แต่ละตอถูกตัดจากต้นอะไร ซึ่งต้นที่แกเลือกมาปักเป็นตอไม้ต่างก็เป็นเนื้อไม้ที่ถูกนำมาสร้างที่อยู่อาศัยจริง ๆ อย่างเปลือยเลือด ประดู่ พี่บวบบอกว่าไม้ประดู่เป็นไม้ที่แพงและแข็งแรงมาก
“ตอไม้เก่าจะมีสีอึมครึมนะ แต่ถ้าเป็นไม้อายุน้อย ๆ สีเขาก็จะสด” พี่บวบว่าต่อ “ตอนี้มาจากไม้พันธ์ุนี้ แสดงว่าไม้พันธ์ุนี้มีขึ้นอยู่แถวนี้ ก็จะทำให้เห็นว่าที่มาของตอนี้คืออะไร อย่างประดู่…ตอมันก็จะเป็นสีเลือด”
“อ่า ๆ” ฉันพยักหน้า เพราะเคยได้มีโอกาสไปเก็บเปลือกประดู่กับทีมย้อมของภูครามเพื่อนำมาย้อมฝ้ายปัก จึงได้รู้ว่าเวลาเราฝานเอาเปลือกเขา ยางของเขาจะไหลเป็นสีแดงออกมามีลักษณะคล้ายเลือด
แกกางเสื้อออกให้เห็นทั้งด้านหน้าและหลัง เพื่อโชว์ลวดลายปักทั้งหมด แล้วชี้ไปที่ต้นไม้สีน้ำตาลที่ถูกปักด้านหลังทางซ้าย ซึ่งยังปักไม่เสร็จสมบูรณ์

พี่บวบยังคงค้างเส้นฝ้ายเอาไว้ที่ปลายของกิ่งไม้ แกบอกว่าที่ทำอย่างนี้เพราะว่าหากมีการปักอย่างอื่นต่อไป ค่อยกลับมาปักต้นไม้ต้นนี้ให้กิ่งก้านแผ่ออกไปเป็นจังหวะ และมีมิติล้อไปกับส่วนอื่น ๆ เพื่อความเป็นธรรมชาติมากที่สุด นอกจากนี้บนต้นไม้ยังมีโพรงที่ถูกเว้นเอาไว้ ไม่ได้ปักทับจนเต็มทั้งต้น เหมือนกับต้นไม้จริง ๆ ที่มักจะไม่ได้มีลำต้นสมบูรณ์
“ทำไมถึงมีไอ้อ่างอย่างเงี้ย” แกชี้ต่อไปที่โพรงบนต้นไม้ “เพราะมีน้ำ พวกนกกาฝากเข้ามาอาศัยกันอยู่ตรงนี้ เลยมีพวกหอยพวกอะไรเข้ามาอาศัย ซึ่งโพรงไม้ที่เกิดใหม่ ๆ มันก็อาศัยไม่ได้นะคะ มันต้องเป็นไม้เก่า… ในความรู้สึกพี่คือ มีใครมองเห็นจุดนี้ของเขาไหมในต้นไม้ มีใครสังเกตไหม มันจะมีโพรงอยู่แบบนี้”
“เวลามันแตกอะเนอะ ใช่ไหมครับ” นมสดถาม
“ในคำว่าแตกของเขา เขาก็จะไม่ยอมตายนะ เขาก็จะสร้างเปลือกโอบขึ้นมาใหม่ ต้นไม้มีอายุ ไม่มีอายุสังเกตตรงนี้ ต้นไม้เขาค่อนข้างที่จะดำ” พี่บวบตอบคำถาม พลางอธิบายต่อ
“ก็จะมีพวกกาฝาก” แกชี้ไปที่ใบไม้ที่ขึ้นอยู่ข้าง ๆ โพรงต้นไม้ ซึ่งเป็นกาฝากที่มาอาศัยอยู่ร่วมกัน

“โอ้โห นี่คือเบื้องหลังการทำงาน”
ก่อนจะเอามือลูบไปที่ด้านหน้าของเสื้อ เคลื่อนมือไปตามต้นไม้แต่ละต้น และไล่ชี้ไปตามหินที่กระจายอยู่บนเสื้อ
“แล้วต้นไม้จะไม่ค่อยเจริญเติบโตนะ เห็นหินไหม ป่าหินนี่ไม้ไม่ใหญ่หรอก แคระแกรนนิดนึง แต่แข็งแรง แล้วตรงนี้ไม่มีเห็ด มันใกล้คน”
“คนเก็บหมด” นมสดหัวเราะ
“ใช่ แต่ว่าป่าเนี้ย ลึกขึ้นมานิดนึงก็จะมีเห็ด เพราะไกลคน”
เสื้อด้านหน้าของพี่บวบจะไม่มีเห็ดถูกปักให้เห็นเลย เพราะแกตั้งใจปักให้เป็นป่าที่อยู่ใกล้พื้นที่อาศัย ต่างจากป่าที่ปักอยู่บริเวณด้านหลังของเสื้อ จะมีเห็ดขึ้นอยู่เป็นช่วง ๆ เพราะเป็นป่าที่เริ่มลึกเข้าไป มีธารน้ำไหล ต้นไม้ก็จะมีอายุ
“พี่อาศัยอยู่ปากโคก แบบป่าที่เราเดิน ๆ กัน… งานของพี่บวบเลยค่อนข้างที่จะมีเป็นต้นเต็ง ต้นรัง จะเป็นป่าแล้ง ต้นไม้สีแห้ง ๆ ป่าไม้แคระแกรน”
ทุกฝีเข็มของพี่บวบปักเลียนแบบธรรมชาติได้อย่างไม่น่าเชื่อ แกเลียนแบบเอาพื้นผิวของต้นไม้ รายละเอียดของดอกหญ้า กระทั่งจังหวะการวางกิ่งก้าน และถ่ายทอดทุกรายละเอียดของผืนป่าออกมาบนเสื้ออย่างลึกซึ้งมาก
ยิ่งฉันได้ฟังแนวคิดของแกก็ยิ่งทึ่งในความสามารถ พี่บวบไม่ได้ปักลวดลายออกมาได้สวยงามอย่างเดียว แกเล่าเรื่องให้เห็นความต่างของป่าที่มีผู้คนอาศัย และป่าที่ลึกเข้าไปไร้ซึ่งผู้คน ถ่ายทอดลักษณะของป่าที่เป็นป่าแล้ง แสดงความไม่สมบูรณ์ของป่าผ่านตอไม้ และปักเอาดอกไม้กับต้นไม้ที่เป็นเอเลี่ยนสปีชีส์เข้าไป ทุกจุดบนเสื้อของแกเป็นเรื่องราวของป่าในแบบของคนที่โตมากับป่าจริง ๆ
“โอ้โห นี่คือเบื้องหลังการทำงาน” นมสดเอ่ยชม
“ใช่ ๆ ๆ เราคิดงานไปเราก็จะมีความสุขไป คนที่ใส่…ถ้าเราไม่ถ่ายทอดให้เขาให้รู้จัก เขาก็จะไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง เขาก็จะเห็นว่าเออตัวนี้พี่บวบปักยังไง…”


เขียนโดย เล

