ตอนที่ 1 : มุมประจำ

ติดตามพี่พรรณ ช่างปักดอกไม้กับใจดีดี

พี่พรรณเริ่มทำงานปักกับภูครามตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ตั้งแต่ลูกคนเล็กของพี่พรรณ น้องยูอายุ 8 เดือน จนตอนนี้น้องยูอายุ 11 ปีแล้ว พี่พรรณเป็นเพื่อนบ้านของภูคราม บ้านของพี่พรรณอยู่ใกล้ภูครามมาก ชนิดที่ว่า 20 ก้าวก็ถึง แต่พี่พรรณก็ยังซิ่งมอเตอร์ไซค์มาที่ภูครามในทุก ๆ เช้า

ช่วงนี้พี่พรรณมาถึงภูครามเช้าเป็นพิเศษเพราะน้องยูเปิดเทอมแล้ว ทำให้พี่พรรณมาเซ็นชื่อเข้างานตั้งแต่ตอน 8 โมงครึ่ง ซึ่งเรากำลังกินข้าวเช้าอยู่เลย พี่พรรณก็โผล่มานั่งปักเสื้ออยู่ที่มุมประจำซะแล้ว

มุมประจำของพี่พรรณคือบริเวณชานบ้านด้านหน้า พร้อมพัดลมตัวจิ๋ว เพราะพัดลมตัวใหญ่ดันใบพัดแตกไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ไม่มีอะไหล่เปลี่ยน จึงต้องลดขนาดพัดลมมาเป็นพัดลมอันจิ๋วแทน ทันทีที่เซ็นชื่อเข้างานเสร็จก็เริ่มปักผ้าทันที พร้อมเปิดเพลงฟังคลอไป

ตอนเด็ก ๆ ก็ไม่ใช่คนชอบดอกไม้เวลาเข้าไปก็เดินผ่านไปเลย ไม่ได้หยุดดูแต่หลังจากได้มาปักผ้ากับภูครามทำให้เป็นคนที่ซาบซึ้งกับความงามของธรรมชาติ หยุดมองดูดอกไม้ใบหญ้าหยุดดูมันเป็นเวลานาน ชื่นชมความสวยงามของมัน

พี่พรรณเป็นคนชอบปักดอกไม้มากเป็นพิเศษ ซึ่งวันแรก ๆ ที่ฉันมาถึงภูคราม ก็อยากจะลองปักผ้าดู คนที่สอนปักผ้าฉัน สอนปักทั้งดอกไม้ทั้งใบไม้ ก็คือพี่พรรณ พี่พรรณเล่าให้ฟังว่าตอนเด็ก ๆ ก็ไม่ใช่คนชอบดอกไม้เวลาเข้าไปก็เดินผ่านไปเลย ไม่ได้หยุดดูแต่หลังจากได้มาปักผ้ากับภูครามทำให้เป็นคนที่ซาบซึ้งกับความงามของธรรมชาติ หยุดมองดูดอกไม้ใบหญ้าหยุดดูมันเป็นเวลานาน ชื่นชมความสวยงามของมัน เวลาได้ไปเข้าป่ากับภูคราม พอจะเด็ดดอกไม้ก็จะเด็ดกลับมาแค่ดอกเดียวให้พอได้ดูได้ศึกษาอย่างใกล้ชิด ไม่ได้เด็ดมาเยอะเป็นกำ ๆ เพราะหลังจากที่เด็ดมาไม่กี่วันดอกไม้ก็จะเหี่ยว ควรปล่อยให้มันได้เบ่งบานอย่างสวยงามบนต้นต่อไปดีกว่า

พี่พรรณบอกว่าชอบงานปักที่ชื่อว่า Between Earth and Sky มากที่สุด ซึ่งเป็นงานปักเป็นลายวิถีลงบนเสื้อเชิ้ตสีเข้ม  ที่ได้แสดงในงานเปิดบ้านของภูครามปี 67 ช่วงนั้นเป็นหนึ่งในช่วงที่พี่พรรณอารมณ์ดิ่งที่สุด มีเรื่องราวมากมายถาโถมเข้ามา ส่วนงานปักผ้าก็ต้องปักต่อไป อารมณ์หม่นหมองจึงแสดงออกมาผ่านทางสีของเสื้อที่เลือก รวมถึงสีของเส้นด้ายที่ปักลงไปบนงาน

สินค้าของภูครามที่ได้ผ่านมือของพี่พรรณนั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน ช่วงนั้นจะเศร้าหรืออารมณ์ดิ่งแค่ไหนอย่างน้อยที่สุดในช่วงที่ไม่มีกะจิตกะใจในการทำงานก็ยังปักงานของภูครามส่งซัก 1 ชิ้นในเดือนนั้น ในอีกด้านหนึ่งงานปักของภูครามกลับเป็นตัวช่วยให้พี่พรรณไม่จมอยู่กับความเศร้ามากจนเกินไป ถึงจะหม่นหมองแค่ไหนแต่พอได้ปักผ้า ได้โฟกัส อยู่กับฝีเข็ม พี่พรรณบอกว่าถ้าไม่ได้การปักผ้ามาเป็นตัวช่วยในการดึงสติกลับมา พี่พรรณอาจจะสติแตก วิ่งไปกลางถนนแล้วก็ได้ ดีจังเลยที่พี่พรรณได้มาปักผ้าและพบกับการทำสมาธิในแบบของตัวเอง

ในงานปักหลายร้อยชิ้นที่พี่พรรณปักมา พี่พรรณบอกว่าชอบงานปักที่ชื่อว่า Between Earth and Sky มากที่สุด ซึ่งเป็นงานปักเป็นลายวิถีลงบนเสื้อเชิ้ตสีเข้ม  ที่ได้แสดงในงานเปิดบ้านของภูครามปี 67 พี่พรรณบอกว่าช่วงนั้นเป็นหนึ่งในช่วงที่พี่พรรณอารมณ์ดิ่งที่สุด มีเรื่องราวมากมายถาโถมเข้ามา ส่วนงานปักผ้าก็ต้องปักต่อไป อารมณ์หม่นหมองจึงแสดงออกมาผ่านทางสีของเสื้อที่เลือก รวมถึงสีของเส้นด้ายที่ปักลงไปบนงาน ที่เป็นสีตุ่น ๆ ปกติงานส่วนใหญ่ของพี่พรรณเป็นงานปักดอกไม้ที่ใช้สีสันสดใส มีความน่ารัก แต่งานนี้ด้วยสีและองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างทำให้ตัวงานดูมีความเคร่งขรึม ถึงจะมีดอกไม้ประดับตรงขอบประปราย แต่ดอกไม้ก็ยังคุมโทนสีเอิร์ธโทน

ในผลงานชิ้นนี้ไฮไลท์ของงานอยู่ด้านหลังของเสื้อเชิ้ต ที่พี่พรรณปักเป็นเหล่าสรรพสัตว์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาสัตว์ในภาพสลักหินภูผายล ในถ้ำผาลาย ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติต้นไม้ ใบหญ้าและก้อนหิน ซึ่งเสื้อตัวใหม่ที่พี่พรรณเลือกลายวิถีเช่นเดียวกับเสื้อตัวโปรด มารอติดตามกัน ว่างานปักครั้งนี้ของพี่พรรณจะเป็นเช่นไร

ตอนที่ทำการเลือกเสื้อเพื่อมาทำโปรเจคตามติดชีวิตช่าง พร้อมกับช่างปักคนอื่น ๆ พี่พรรณ พี่บวบและพี่วิ ดันเลือกเสื้อเชิ้ตตัวเดียวกันซะได้ ช่างใจตรงกันจริง  ๆ สุดท้ายคนที่ได้เสื้อนั้นไปครองก็คือพี่วิ พี่พรรณจึงได้เลือกเสื้อเชิ้ตอีกตัวแทน เสื้อเชิ้ตที่พี่พรรณเลือกมีการย้อมแบบไล่สีจากเข้มไปอ่อน โดยสีอ่อนอยู่ด้านล่างสุด

แผนของพี่พรรณก็คือการปักลายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพฝาผนัง ภูผายล ที่ถ้ำผาลาย ที่เป็นภาพสลักหินอายุกว่า  3000 ปี ที่คาดว่าเป็นศิลปะยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีทั้งภาพวาดรูปสัตว์ ภาพคน กำลังทำกิจกรรมต่าง ๆ ของผู้คนในสมัยนั้น อยู่ในฝั่งที่เป็นสีสว่าง เพราะเป็นตอนกลางวัน กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติบนเทือกเขาภูพาน ทั้งก้อนหิน ต้นไม้ ดอกหญ้า และดอกติ้ว ดอกไม้โปรดที่พี่พรรณชอบปัก มีสัตว์ออกมาหากิน คนออกมาทำกิจกรรม เมื่อไล่ขึ้นไป สีย้อมจะเข้มขึ้น บริเวณลำตัวก็จะเป็นป่าในช่วงเย็น ส่วนด้านบนสุด บริเวณไหล่ไปจนถึงคอเสื้อเป็นป่าในตอนกลางคืน ที่คนได้เข้านอนกันหมดแล้ว แต่อาจมีสัตว์บางชนิดยังออกหากินอยู่

การปักของพี่พรรณจะเน้นปักตามความรู้สึกเป็นหลัก เริ่มปักจากชายเสื้อด้านหลังเป็นป่าตอนกลางวัน ค่อย ๆ ปักไปทีละอย่าง ก้อนหิน ดอกหญ้า ดอกติ้ว เหล่าสรรพสัตว์ และคน สิ่งที่กล่าวมาเหล่านี้ พี่พรรณไม่ได้ร่างเลย ใช้สายตาในการมองคร่าว ๆ แล้วลงฝีเข็มเลย ส่วนต้นไม้ใหญ่ พี่พรรณได้ใช้ด้ายในการเนาไว้แบบห่าง ๆ ว่าต้องการให้รูปทรงคร่าว ๆ ของต้นไม้เป็นเช่นไรและค่อยปักต้นไม้ การปักองค์ประกอบที่เยอะแยะเหล่านี้ถ้าไม่ระวังอาจทำให้ผ้าย่นได้ พี่พรรณจึงต้องคอยรีดเสื้อบ่อย ๆ

ระหว่างที่นั่งคุยกับพี่พรรณไปก็มีเพื่อนตัวน้อยอย่างเจ้าทองแวะมา ทองเป็นแมวสีส้มขาวเพศผู้ที่ตอนนี้กลายเป็นขันทีไปซะแล้วเพราะเมื่อก่อนดันซ่าไปหน่อย ทองเลือกที่จะนั่งอยู่กับพวกเราหลายชั่วโมง ดูทรงแล้วน่าจะกำลังเหนื่อยจากการไปผจญภัยขึ้นไปเดินบนรั้วและปีนหลังคามา จึงได้เลือกมานอนพักตรงนี้ แล้วจู่ ๆ ตัดสินใจที่จะเอาใจทาสแมวอย่างเราด้วยการพลิกตัวเอาหัวมาหนุนบนตัก ฉันก็ไม่รอช้ารีบลูบหัวและเกาหัวให้มันจนเจ้าทองหลับตาพริ้ม บอกเลยว่าวินวินทั้งคนทั้งแมวทองรู้สึกสบายเรา ส่วนเราก็รู้สึกฟินที่มีแมวมาอ้อน

ระหว่างการเย็บเสื้อเชิ้ตไปเรื่อย ๆ ก็มีงานปักอื่น ๆ เข้ามา เป็นเสื้อคลุมแขนยาว 2 ตัว และกางเกงขายาวทรงใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดขายของภูครามอีก 1 ตัว โดยพี่พรรณต้องปักดอกฝ้าย 2 ดอกต่อเสื้อผ้า 1 ตัว แต่ที่ยากก็คือ เสื้อเหล่านี้เป็นเสื้อที่ขนาดใหญ่กว่าแบบปกติที่เคยปักมา พอจะต้องปักดอกฝ้ายดอกเล็ก ๆ ตรงอกซ้ายนั้นยากกว่าการปักลายให้เต็มเสื้อทั้งตัวอีก เพราะหากใกล้หรือไกลเกินไปอาจทำให้ลายปักดูไม่สวย ซึ่งจากการปักดอกฝ้าย 2 ดอกแรกไป พอลองนำเสื้อไปใส่ ปรากฎว่าลายของดอกฝ้ายหายไปกับรอยพับตรงแขน รอบถัดไปจึงเลื่อนเข้าไปให้ใกล้ตรงกลางมากขึ้น แต่พี่พรรณก็ดันรู้สึกไว้ว่าทรงของดอกฝ้ายสามารถสวยได้มากกว่านี้ จึงเลาะใหม่ สรุปแล้วพี่พรรณได้เลาะดอกฝ้ายออกทั้งสิ้น 3 ดอก แต่หลักจากหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้ตัวแรกได้แล้ว ตัวถัดไปก็ไม่ใช่ปัญหาเลย  

หลังจากปักงานปักอื่นจนเสร็จพี่พรรณก็ได้มาปักเสื้อเชิ้ตต่อ แต่ผ่านไปไม่นานก็บ่าย 3 ครึ่งแล้ว ซึ่งเป็นเวลาเลิกเรียนของน้องยูพอดี พี่พรรณจึงซิ่งมอเตอร์ไซค์ออกไป แต่ฝนมีทีท่าว่าจะตกแล้วก็เป็นจริงดั่งที่คาดฝนตกลงมาจริง ๆ ตกแรงเสียด้วย ดีที่พี่พรรณรีบออกไปก่อนที่ฝนจะตกลงมา

เขียนโดย ใจดี