
หลังจากที่ฉันได้จับคู่กับพี่พรรณเพื่อทำซีรีส์ติดตามช่าง ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จะต้องไปนาของพี่พรรณให้ได้ เพราะนาของพี่พรรณมีบึงบัวที่สวยมาก
ถ้าได้ไปให้เก็บฝักบัวมาฝากด้วย หลังจากที่ฉันบอกพี่พรรณว่าอยากไปนาพี่พรรณบอกให้รอให้ถึงวันเสาร์แล้วจะพาไป เพราะวันเสาร์น้องยูไม่ต้องไปโรงเรียนพอดี
กิจกรรมไปนาในวันนี้มีทั้งหมด 3 หน่อ พี่พรรณ พี่นุ่มนิ่มและฉันเอง #3หน่อไปนา
บอกเลยว่าวันเสาร์เป็นวันที่ฉันเฝ้ารอที่จะได้ไปนาของพี่พรรณ เมื่อวานน้าเต็มแม่ของพี่นุ่มนิ่มนำเสื้อที่ปักเสร็จแล้วมาส่งแล้วได้คุยกับพี่พรรณว่าวันเสาร์นี้เราจะไปนาพี่พรรณกัน
ตอนเย็นพี่นุ่มนิ่มจึงทักมาบอกว่าอยากไปนาด้วยกัน กิจกรรมไปนาในวันนี้จึงมีทั้งหมด 3 หน่อ พี่พรรณ พี่นุ่มนิ่มและฉันเอง #3หน่อไปนา
พี่พรรณบอกจะพาไปนาตอนบ่าย ตอนเช้าฉันจึงรีบเรียบเรียงบันทึกย้อนหลังตอนที่ 1 ของพี่พรรณจากเนื้อหาที่จดไว้ให้เรียบร้อย จะได้ออกไปผจญภัยได้อย่างสบายใจ
ตอนเช้าวันนี้แดดไม่แรงมากพี่พรรณย้ายจากมุมประจำมานั่งปักตรงใต้ถุนบ้านตรงที่เรานั่งทำงานอยู่แทน ตอนนี้พี่พรรณกำลังจะเริ่มปักต้นไม้ต้นที่ 4
ก่อนเริ่มปักก็เอาเสื้อไปรีดก่อนเพื่อไม่ให้ผ้ามันย่น


หลังจากรีดเสร็จพี่พรรณก็เริ่มร่างทรงของต้นไม้คร่าว ๆ รอบนี้ต้นไม้ต้นนี้จะอยู่ตรงส่วนที่เป็นสีเข้ม พี่พรรณเดินไปหยิบด้ายสีที่เข้มที่สุดมาเพื่อปักต้นไม้ต้นนี้
ปักผ้าไปเพลิน ๆ รู้ตัวอีกทีก็เที่ยงซะแล้ว เพราะเสียงเคาะระฆังบอกว่าอาหารเที่ยงวันนี้เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลังกินข้าวเที่ยงเสร็จ
หลังกินข้าวเที่ยงเสร็จและอิ่มแปล้ วันนี้ดันมีของหวานด้วย เป็นข้าวเหนียวมะม่วง
ระหว่างที่เรากลับมานั่งพักพี่พรรณก็เดินเข้ามาพร้อมกับเสื้อแขนยาวในมือ
“อ่ะ พี่ให้เอาไปลองใส่ดู”
เสื้อตัวนี้เป็นเสื้อแขนยาวที่เกิดจากการนำผ้าหลาย ๆ ชิ้นมาเย็บติดกันจนเป็นผ้าผืนใหญ่
ซึ่งก็คืองานต่อผ้า หรือแพทช์เวิร์ค ซึ่งถูกใจฉันมาก ๆ เสื้อตัวนี้มันน่ารักมาก ๆ จะหยิบมาใส่บ่อย ๆ เลย
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะพี่พรรณ”
พี่พรรณเล่าให้ฟังทีหลังว่าเสื้อที่ให้มาจริง ๆ แล้วเป็นเสื้อที่พี่พรรณสั่งตัดให้ลูกสาวคนโตอย่างพี่เอื้อย
แต่ว่าพี่เอื้อยเป็นคนตัวสูงทำให้ใส่แล้วเสื้อมันสั้น อีกทั้งพี่เอื้อยยังเป็นคุณครูที่ต้องดูแลเด็ก ๆ ที่ยังเล็กอยู่ทำให้ต้องแต่งตัวทะมัดทะแมง จะได้ขยับตัวได้สะดวก ๆ
หนึ่งในสิ่งที่เราเพิ่งได้เรียนรู้เกี่ยวกับพี่เอื้อยคือพี่เอื้อยชอบกินกะหล่ำปลีต้มเปื่อย ๆ เหมือนกับฉันเลย
ตอนเช้าระหว่างที่ฉันกำลังต้มกำหล่ำปลีอยู่พี่พรรณก็บอกว่าพี่พรรณเข้าใจว่าทำไมฉันถึงชอบกินแบบนี้ เพราะว่าพี่เอื้อยก็ชอบ
“ยิ่งกะหล่ำปลีเละ ๆ และไม่สวยยิ่งดีแม่ มันจะยิ่งอร่อย เพราะว่ามันจะหวาน นิ่มและละลายอยู่ในปาก”
ซึ่งฉันเห็นด้วยกับพี่เอื้อยสุด ๆ ว่ากะหล่ำปลีต้มเปื่อย ๆ คือที่สุด ยิ่งต้มนานยิ่งอร่อย คนรอจะต้องมีความอดทนมาก ๆ แล้วยิ่งใส่ไข่และกินกับเส้น มันคือหนึ่งในอาหารโปรดของฉันเลย
“ถ้าใครยังไม่เคยลอง แนะนำมาก ๆ เลยค่ะ”
พอหมดเวลาพักเที่ยงแดดก็เริ่มสาดเข้ามา พี่พรรณจึงตัดสินใจย้ายถิ่นฐานกลับไปอยู่ที่มุมประจำตามเดิม พร้อมกับบอกว่า “เราไปนากันตอนเย็น ๆ ดีกว่า ช่วงที่แดดหุบไปแล้ว จะได้ไม่ร้อนมาก”
หากแต่ไม่กี่นาทีหลังจากที่พวกเราตัดสินใจเลื่อนว่าจะไปนาตอนเย็น
มอเตอร์ไซค์ของพี่นุ่มนิ่มก็ขับเข้ามาที่ภูครามทันที ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ ด้วยประการฉะนี้พี่นุ่มนิ่มจึงไปนั่งปักผ้ากับพี่พรรณอยู่ที่มุมประจำ
จากเมื่อวานนั่นเอง ตอนนี้ต้นไม้ของพี่นุ่มนิ่มเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมข้าง ๆ ยังมีก้อนหินอีก 3-4 ก้อนที่ได้รับการปักไปแล้ว
แต่เมื่อพี่พรรณเห็นแดดแล้วจึงบอกว่าไปกันตอนที่แดดเริ่มหุบลงดีกว่า ซึ่งฉันก็รออย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั้งถึงเวลาเกือบ 4 โมงเย็น เหมือนทุกคนจะสื่อจิตถึงกันได้
พี่พรรณและพี่นุ่มนิ่มเก็บเสื้อที่กำลังปักอยู่ ฉันกำลังปิดคอม ทุกคนสวมเสื้อฝ้ายแขนยาวเพื่อกันแดด ฉันสวมเสื้อตัวที่พี่พรรณเพิ่งให้มาเมื่อเช้า มันพอดีเลยแถมทรงและสีเองก็ถูกใจฉันมาก ๆ
พี่พรรณขับมอเตอร์ไซค์ไปที่บ้านเพื่อหยิบมีดปังตอและตะกร้าหวาย เพื่อใส่หน่อไม้ ส่วนฉันกระโดดขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของพี่นุ่มนิ่ม
เพราะเราทั้งคู่ไม่เคยมีใครไปนาพี่พรรณมาก่อน พี่พรรณจึงขับนำหน้าก่อนเพื่อนำทาง แต่ขับไปได้ไม่เท่าไหร่พี่พรรณก็แวะซื้อน้ำที่ร้านสะดวกซื้อ
พอพี่พรรณเดินออกมาจากร้านก็มีน้ำเย็น 3 ขวดอยู่ในมือ พี่พรรณยื่นน้ำให้คนละขวดพร้อมกับบอกว่าให้ เพราะอากาศมันร้อน ต้องกินน้ำด้วย

หนทางไปนาของพี่พรรณนั้น ต้องลัดเลาะซอกซอย ข้ามสะพานเล็ก ๆ แล้วขับต่อไปอีก สิริรวมประมาณ 3 กิโลเมตร ทันทีที่ไปถึง ยังไม่ทันได้ดับเครื่อง ก็มีเจ้าถิ่นสี่ขามาเห่าต้อนรับถึง 2 ตัว
ตอนแรกน้องยูจะไปด้วยกัน แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ไม่อยาก แต่วันถัดไปพี่พรรณก็มาเล่าให้ฉันฟังว่าน้องยูปั่นจักรยานตามพวกเราไป แต่พอไปถึงก็เจอกับแก๊งค์หมา ๆ เข้าให้ก็เลยกลัวแล้วปั่นจักรยานกลับบ้านแทน

พวกเราเดินอ้อมเพื่อเข้าไปในนา บนเนินในที่นาของพี่พรรณมีเพิ่งหลังน้อยไว้ให้นั่งรับลม ข้าง ๆ บึงบัว พี่พรรณบอกชอบชวนเพื่อน ๆ มานั่งกินส้มตำตรงนี้ หรือเมื่อก่อนสมัยที่ยังไม่ได้มานั่งปักผ้าตรงมุมประจำที่ภูคราม บางวันพี่พรรณก็จะมานั่งปักผ้าตรงนี้

ถึงแม้ช่วงนี้จะไม่ใช่ช่วงที่บึงบัวออกดอกหรือมีฝัก แต่มันก็ยังสวย
ทำให้ฉันอยากมาอีกรอบช่วงที่ดอกบัวบานเลย บึงบัวนี้เป็นบึงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ตอนที่จะทำนาพี่พรรณไม่ได้ถมมัน แต่พี่พรรณก็บอกว่ายิ่งเวลาผ่านไปมันตื้นขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะพี่พรรณไม่ได้ขุดหรือไปยุ่งอะไรกับมันเลย ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ในบ่อมี ปูนา และช่วงหน้าฝนก็จะมีกบกับเขียดมาไข่ คนแถวนี้ก็จะจับลูกอ๊อดไปทำห่อหมกฮวก


ตอนที่พี่พรรณเด็ก ๆ พี่พรรณกับน้อง ๆ ชอบมาเล่นหลังเวลาฝนตกจะมีโคลนมาพอกอยู่ ทุกคนก็จะผลัดกันสไลด์ลงมาจากด้านบน
พี่พรรณชี้ไปที่ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่บนหิน ต้นไม้ต้นนั้นอยู่มานานมาก ๆ แล้ว ตั้งแต่พี่พรรณยังเด็กพี่พรรณก็เห็นมันอยู่ตรงนี้ สูงเท่าเดิมจากตอนนั้นถึงตอนนี้
พี่พรรณพูดติดตลกว่า สาเหตุที่มันไม่โตขึ้นเลย อาจจะเป็นเพราะพอมันขึ้นบนหินทำให้สารอาหารไม่เพียงพอที่จะโตขึ้นซักที
เมื่อก่อนแถว ๆ ต้นไม้ต้นนั้นเคยเป็นลานหินที่เป็นสโลป
ตอนที่พี่พรรณเด็ก ๆ พี่พรรณกับน้อง ๆ ชอบมาเล่นหลังเวลาฝนตกจะมีโคลนมาพอกอยู่ ทุกคนก็จะผลัดกันสไลด์ลงมาจากด้านบน

หลังจากที่นั่งตากลมกันไปซักพักพี่พรรณก็ชวนไปหาหน่อไม้ต่อ พวกเราขึ้นมอเตอร์ไซค์ขับไปอีกไม่ไกล
เดินลัดเลาะในทางลัดพิเศษ พอไปถึงก่อไผ่ ปรากฏว่ามีคนตัดหน่อไม้ไปหมดแล้ว… เหลือแค่ไม่กี่อันแต่มันอยู่ติดกับตลิ่งที่ลาดลงไป หรือไม่ต้นไผ่ก็สูงเลยขึ้นไปแล้ว
พวกเราจึงตัดสินใจที่จะไม่เสี่ยงแล้วเดินออกมา ระหว่างทางเจอต้นพริก จึงช่วยกันเก็บพริกมาแทน

ขาเดินย้อนกลับไปหามอเตอร์ไซค์ที่จอดเอาไว้ ต้องผ่านก่อไผ่กอนั้นพี่พรรณยังนึกเสียดายที่อุตส่าห์ออกมาถึงตรงนี้แล้วไม่ได้หน่อไม้ติดไม้ติดมือกลับไป
จึงหยิบมีดปังตอแล้วเดินเข้าไปหาก่อไผ่อย่างห้าวหาญ แต่ก็ไม่วายเดินกลับมาพร้อมกับหยิบเก้าอี้อันเล็ก ๆ ที่อยู่แถวนั้นติดมือออกมา แล้วบอกฉันว่าไม่ต้องเดินเข้าไป ให้นั่งรออยู่ตรงนี้เพราะมันลื่น
เรานั่งดูพี่พรรณตัด ต้นไผ่ที่สูงยิ่งกว่าตัวของพี่พรรณ หักครึ่งต้นแล้วลากออกมาค่อย ๆ ตัดและปลอกเปลือกด้านนอกออกอย่างชำนาญ


พอเสร็จก็บอกให้ทุกคนรีบกลับเพราะแถวนี้อยุ่ใกล้แอ่งน้ำขังทำให้ยุงมันชุม ระหว่างทางกลับพี่พรรณถามเราว่าชอบกินหน่อไม้ไหม
ฉันบอกไปว่าไม่แน่ใจ เพราะไม่เคยกินหน่อไม้สดมาก่อน แต่ส่วนตัวแล้วไม่ชอบหน่อไม้ดอง เย็นวันนั้นหลังจากที่ทุกคนแยกย้าย พี่พรรณเอาหน่อไม้ 1 หัวที่ตัดมาได้ไปแกง
แถมยังแบ่งใส่ถ้วยเอามาให้ฉันชิมอีกด้วย ฉันว่าฉันชอบหน่อไม้สดมากกว่าหน่อไม้ดอง ขอบคุณพี่พรรณที่นึกถึงแล้วก็ทำให้ฉันได้ลองหน่อไม้สดเป็นครั้งแรก
เขียนโดย ใจดี

