ตอนที่ 2 : การค้นหูก

ติดตามป้าทำ ช่างทอประจำภูคราม

ผ่านมาไม่นานก็มาถึงวันอาทิตย์ วันที่ฉันนัดกับแม่น้ำ ช่างปักที่อยู่ในโปรเจกต์ติดตามการทำงานครั้งนี้ ระหว่างที่นั่งคุยกับแม่น้ำ ทีมภูครามก็ส่งข้อความมาบอกว่า ‘ป้าทำ’ มาหาที่บ้านภูคราม แกว่าจะค้นหูกในวันนี้

‘ในที่สุดก็จะได้เห็นวิธีการทำผ้าบางส่วนแล้วแฮะ’ ฉันคิดอย่างดีใจ

หลังจากที่แม่น้ำขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาส่งฉันที่บ้านภูคราม ฉันก็ไหว้ลาแกแล้วรีบตรงดิ่งไปยังบ้านป้าทำในทันที เดินขึ้นมาถึงบ้านป้าทำ ที่ข้างบ้านก็มีอุปกรณ์การทำงานของแกตั้งอยู่เรียบร้อยแล้ว 

อุปกรณ์นั้นเป็นโครงไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ ยึดกับโครงไม้ไผ่ ด้านซ้ายและขวามีหมุดไม้เรียงเป็นแนวตั้งฝั่งละ 9 อัน คู่กันตลอดแนว ส่วนด้านล่างค่อนไปทางขวามีหมุดแยกอีกหนึ่งอันต่างหาก

บนอุปกรณ์นั้นมีเส้นฝ้ายโยงไปมาตามหมุดไม้อย่างเป็นระเบียบ และด้านหลังก็มีหลอดเส้นฝ้ายสีฟ้าอ่อน-เข้มตั้งเรียงกันอย่างเป็นระเบียบอยู่ที่พื้น

‘นี่แน่เลยที่ป้าทำแกเรียกว่าค้นหูก’

อาจจะเพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์ ญาติ พี่ น้องของป้าทำต่างก็มารวมตัวกันนั่งเล่น กินข้าว และพักผ่อนที่นี่ เป็นบรรยากาศครอบครัวที่ดูอบอุ่นมาก ๆ

“กลับมาแล้วค่า หนูไปบ้านแม่น้ำมา บรรยากาศดีมาก” ฉันกล่าวกับป้า ๆ ท่ามกลางเสียงคุยเจื้อยแจ้ว ป้าทำนั่งรวมอยู่กับญาติ ๆ คนอื่น ๆ

“เอ้อ ถ้ามาแล้วป้าก็สิไปเฮ็ดต่อ” ป้าทำกล่าว พร้อมกับเดินไปที่อุปกรณ์การค้นหูกของแก

ป้าทำจับเส้นฝ้ายเส้นเล็กที่ผูกเก็บไว้ขึ้นมา แล้วทำการโยงฝ้ายไปมากับหมุดไม้แต่ละหลัก จากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย ฉันได้แต่มองแกด้วยความสงสัย สังเกตดูเส้นฝ้ายที่แกใช้ค้นหูกจะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งสีอ่อน 4 เส้น และฝั่งสีเข้ม 4 เส้น โดยวิธีการที่แกทำคือการนำเส้นฝ้ายสีเดียวกันจับรวมกันก่อนจะโยงไปตามหมุดไม้ วนไปมา

“เราทำการค้นหูกเพื่ออะไรหรอคะ”

“ก่อนเราจะเอาไปทอเราจะต้องค้นเพื่อเอาเครือมันซะก่อน ว่าสิเอาสีใด๋ ลายใด๋”

ฉันมองตามมือแก พยายามจับภาพการทำงานตรงหน้าก็พอเริ่มเดาได้ว่านี่น่าจะเป็นขั้นตอนการจัดเรียงเส้นฝ้ายก่อนนำไปทอผ้า

“วิธีการต้องทำยังไงคะ”

“หลบไป หลบมา” ป้าทำว่า “ก็คือเกี่ยวโยงไปมาน่ะ”

“แล้วใช้เวลานานไหมคะ”

“นาน ทำทั้งวันนู่นหละ”

“โอ้โห นานจริงด้วยค่ะ” ฉันตอบรับ “ป้าทำมาตั้งแต่กี่โมงแล้วคะเนี่ย”

“ตั้งแต่สามโมง” สามโมงของแกก็คือ 9:00 น. นั่นเอง

“อันนี้น่ะค้นเป็นลายตาราง มันก็จะช้า” แกชี้ตัวอย่างผ้าขาวม้าผืนข้าง ๆ ให้ดู “เป็นลายแบบอันนั้นล่ะ”

ฉันพยักหน้ารับ 

“อุปกรณ์ที่เราใช้ค้นหูกเขาเรียกว่าอะไรคะ”

“อันนี้ไม่รู้ว่าช่างอื่นเขาเรียกยังไงนะ แต่ที่นี่เอิ้น ‘หลักเฝือ’ ”

ฉันมองตามมือป้าทำ เส้นฝ้ายจากหลอดด้านหลังหลักเฝือค่อย ๆ ถูกโยงสลับไปมาตามหลักไม้ จนกลายเป็นแนวเส้นที่เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบเต็มกรอบ

“เราต้องทำเรียงกัน จากล่างขึ้นบน แล้ววนกลับไปมาแบบนี้หรอคะ”

“ใช่จ้ะ วนไปมา เราต้องค่อยๆเรียงตามลำดับ สิข้ามหลักมาแบบนี้ไม่ได้เด้อ” ป้าแกสอนพร้อมยกตัวอย่างวิธีที่ผิดให้ดู 

“อันนี้คือฝ้ายเส้นน้อยใช่ไหมคะ ที่ป้าเคยบอกว่าตอนนี้ทำแต่เส้นน้อย ๆ ก่อน” พอตั้งใจดูที่เส้นฝ้ายก็ เห็นว่าเส้นฝ้ายที่แกทำอยู่มีขนาดค่อนข้างเล็กกว่าที่เคยเห็นที่บ้านภูคราม

“ใช่จ้ะ อันนี้คือฝ้ายรีไซเคิลนะ”

“ทำไมเราถึงแบ่งเป็น 4 เส้นแบบนี้ล่ะคะ”

“อันนี้เป็นวิธีที่ป้าอยากให้มันเร็วขึ้น ธรรมดาแต่ก่อนน่ะจะค้น 2 เส้น แต่พอทำ 2 เส้นมันใช้เวลา แล้วมันเหนื่อย บัดนี้เลยพัฒนาวิธีขึ้น เอาหลายเส้นหน่อย การเอามา 4 เส้นคือการเอามาทีละความ” แกพูดพร้อมชี้ไปที่ด้านล่างขวาของหลักเฝือ ตรงหมุดไม้ที่ใช้เป็นจุดสลับเส้นฝ้าย ซึ่งทำหน้าที่แบ่งเส้นออกเป็นชุด

ทางซ้ายของหมุดไม้นั้น ฝ้ายจะถูกรวมเป็นแถวเดียว แล้วใช้เชือกเส้นเล็กสีขาวผูกแยกเป็นชุด ๆ ชุดละ 2 เส้น โดยสลับเฉดสีอ่อนเข้มไปด้วยในตัว

“4 เส้นน่ะ เราจะนับเป็น 1 ความ แต่ถ้า 10 เส้น เราจะเรียกว่าเป็นหลบ หลบฟืม” แกว่า “ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้ฟืมหยัง 20หลบ 15หลบ 10หลบ แบบนี้”

ฉันพยักหน้ารับ พยายามนึกภาพตาม แต่ยังไม่เข้าใจวิธีการนับเส้นนัก มันเหมือนมีหน่วยย่อยของมัน ที่ฉันยังจับต้นชนปลายไม่ถูก 

พอแกโยงฝ้ายวนไปได้สักพัก แกก็เปลี่ยนสีจากสีเข้ม มาเป็นสีอ่อน

“อันนี้ที่ทำอยู่เป็นเส้นยืน หรือเส้นนอนนะคะ”

“อันนี้ทำเส้นยืน” ป้าทำกล่าว “เส้นนอนน่ะ เฮาเอิ้นเส้นพุ่ง”

“อ้ออ เส้นยืนกับเส้นพุ่ง” ที่จริงแล้วฉันเองเคยเรียนการออกแบบสิ่งทอมาก่อน ก็เคยได้ลองทอผ้าอยู่บ้าง แต่ด้วยความที่เรียนจบมานาน และไม่ได้ทำงานด้านที่เรียนมาเลย ทำเอาความทรงจำหายไปเกือบหมด

“ตอนที่หนูเรียน หนูเคยได้ลองทอผ้าอยู่ค่ะ แต่ตอนนี้ลืมไปหมดแล้ว” ฉันพูดพลางหัวเราะ

“ต้องลืมล่ะ มันบ่ได้เฮ็ดเนาะ”

“จริงค่ะป้า ไม่ได้ทำเลย แล้วก็ยังไม่เคยได้เห็นวิธีอะไรแบบนี้เลยค่ะ” ถึงจะเรียนเกี่ยวกับสิ่งทอมา แต่ฉันก็ยังไม่เคยได้เรียนรู้กระบวนการทำผ้าตั้งแต่การเตรียมเส้นอย่างที่ได้มาเรียนรู้กับป้าทำแบบนี้ ถือว่าโชคดีมาก ๆ ที่ได้มาติดตาม และเห็นวิธีการทำงานของแก พอเห็นแกทำอย่างเชี่ยวชาญก็อดอยากลองทำดูบ้างไม่ได้ 

“หนูขอลองทำดูบ้างได้ไหมคะ” ฉันถามอย่างตื่นเต้น

“ได้จ้ะ” 

“นี่เราต้องทำจนมันหมดหลอดนั้นเลยใช่ไหมคะ” ฉันชี้ไปที่หลอดฝ้ายด้านหลัง

“ไม่ต้องหมดจ้ะ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใส่ฟืมอะไร เราก็จะนับอยู่ในนี้แหละ ไอ้ที่เราแยกเป็นความน่ะ แล้วถ้าครบตามฟืมที่ต้องการแล้วเราก็พอ ถ้าทำแล้วฝ้ายไม่หมดหลอดก็ช่าง ไม่เป็นไร”

“อ๋า…”

“ลองดูไหม” ป้าทำถาม

“ได้เลยค่า” ฉันพยักหน้ารับอย่างขมักเขม้น “วิธีการคือยังไงบ้างคะ”

“เอ้านี่ จับสองมือ” ป้าทำยื่นฝ้ายให้ฉัน โดยจับสองมือแยกกัน “ไม่ต้องดึงตึงนะ จับเอาพอประมาณ แล้วไปคล้องใส่หลัก”

ฉันจับเส้นฝ้าย ลองคล้องไปที่หลักซ้ายอย่างช้า ๆ “อันนี้ถูกไหมคะ” 

“เอ้อ แบบนั่นล่ะ… ค่อย ๆ ไล่มา มือนึงก็จับทางนั้นนะ” แกอธิบาย และบอกวิธีการวางมือที่ถูกต้อง ระหว่างที่คล้อง เราจะใช้มือหนึ่งจับฝ้าย ส่วนอีกมือก็คล้องไปตามแนวเส้นฝ้ายเดิมที่ถูกคล้องไว้อยู่แล้ว ฉันพยายามใช้สมาธิจดจ่อในการทำ ในใจก็กังวล กลัวว่าจะคล้องผิดหลัก แต่พอทำไปสักพัก เริ่มเข้าใจก็ทำได้ไวขึ้น

วิธีการเริ่มคือจับเส้นฝ้ายจำนวน 4 เส้น (ที่เรียกว่า 1 ความ) จากหมุดไม้ฝั่งขวาล่างสุด แบ่งออกเป็น 2 ชุด ชุดละ 2 เส้น  จากนั้นนำมาโยงเฉียงสลับกันบริเวณหมุดที่ปักแยกออกมาตรงกรอบด้านล่าง ก่อนรวมกลับเป็น 4 เส้น เริ่มโยงจากขวาไปซ้าย ซ้ายไปขวาพาดไปมาสลับเป็นฟันปลา พอถึงด้านบนสุด ก็วนกลับลงมาจนถึงจุดเริ่มต้น แล้วแยกเป็น 2 เส้นอีกครั้ง

“สีนี้พอแล้ว เปลี่ยนสีได้” ป้าทำกล่าว

ฉันเอาฝ้ายสีเดิมที่ทำอยู่ส่งให้แก เพื่อให้แกคล้องเก็บให้ดู พอเก็บเสร็จแล้ว แกก็หยิบฝ้ายอีกเฉดมาให้ฉันคล้อง โดยตอนที่เริ่มค้นหูกใหม่ แกก็ค่อย ๆ สอนวิธีการเริ่มต้น

“เอาตรงนี้มาจับแบบนี้นะ” ป้าทำส่งฝ้าย 2 เส้นให้ฉันโยงเฉียงไปบนหลักที่ปักแยกจากเพื่อน ว่าแล้วก็จับอีก 2 เส้นให้โยงสลับไปที่ใต้หลัก ก่อนจะดึงฝ้ายค้นไปมาเหมือนเดิม “ใส่หลักที่สองนะ” ป้าทำบอก

“อันนี้ใช่ไหมคะ” ฉันก็ทำไปอย่างทุลักทุเล อาจจะยังไม่คล่องแคล่วมากนัก

“จ้า นั่นแหละ” แกมองดูฉันทำอย่างตั้งใจ

“ทำไปทำมามันมึนเหมือนกันนะคะ” ฉันขำ ทำเอาแกหัวเราะออกมาด้วย พอโยงมาถึงด้านล่างขวา ตรงที่ต้องแยกฝ้ายแกก็ค่อย ๆ สอนอีกที เพราะเป็นช่วงที่ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจในวิธีการมากนัก

“ป้าทำทำไวมากเลยค่ะ” พอเทียบกันกับที่ป้าแกทำ ฉันรู้สึกตัวเองเป็นมือใหม่สุด ๆ

“เอามือหงายขึ้นนะ ตอนขาขึ้น ส่วนตอนขาลงก็คว่ำมือ” ป้าทำอธิบายเพิ่ม ฉันเริ่มเข้าใจวิธีการแล้ว เป็นวิธีที่ไม่ได้ยากมากแต่ก็ต้องใช้สมาธิ ใช้ความใจเย็น เพื่อให้เส้นฝ้ายโยงกันอย่างถูกต้อง 

ทำไปได้สักพักฉันก็คืนให้แกทำต่อ

“พอแล้วดีกว่าค่า กลัวทำพังหมด” ฉันพูดพลางหัวเราะ

“โอ้ยย บ่พังดอก เก่งมากๆ” แกชมอย่างให้กำลังใจ “ดูทำเป็นอยู่”

“ขอบคุณนะคะ สนุกมากเลยค่ะ ทำเพลิน ๆ ดี”

“เพลินอยู่เนาะ เหมือนออกกำลังกายไปในตัว”

“จริงด้วยค่ะ”

“กระบวนการก็บ่ยากเท่าใด๋ดอก บ่คือเฮาเข็นฝ้าย ตอนที่เฮาเข็นฝ้าย กับดีดฝ้ายน่ะคือ ยากที่สุด” ป้าทำกล่าว “ถ้าเข็น ถ้าดีดบ่เป็นมันก็พันอยู่ฮั่นล่ะ”

“กว่าจะเป็นผืนผ้า กระบวนการมันน่ะหลายแท้”

เสียงลมพัด เคล้าเสียงไก่ขัน พร้อมกับป้าทำที่กำลังค้นหูกอยู่ตรงหน้า เป็นภาพที่น่ารักและเห็นได้ยากสำหรับฉัน ดีจังที่ได้มาติดตามการทำงานของแก พอได้มาเห็นวิธีแบบนี้แล้วก็เห็นคุณค่าในผ้าหนึ่งผืนมากขึ้น

“กว่าจะเป็นผืนผ้า กระบวนการมันน่ะหลายแท้” ป้าทำว่าพลางค้นหูกไปด้วย

“ขั้นตอนเยอะมากเลยค่ะ” ฉันตอบรับ

“ใช่ขั้นตอนเยอะ ละพอเอาไปทอเส้นเล็ก ๆ แบบนี้น่ะนะ ทอไปทีละเส้น ๆ มันใช้ความเพียรอยู่ใด๋ กว่าจะทอได้เป็นผืน 24-25 เมตร”

‘สุดยอดไปเลย’ ฉันคิดในใจ แล้วก็ยังสงสัยในเรื่องหน่วยย่อยที่แกใช้นับเส้นฝ้ายอยู่ว่าอะไรคือความ อะไรคือหลบ อะไรคือฟืม

“ฟืมมันคืออะไรคะป้าทำ”

“ฟืมคืออันที่เราใช้ทอน่ะลูก แขวนอยู่นั่น” แกชี้ให้ดูฟืมที่แขวนอยู่บนกี่ทอผ้า พอแกชี้ให้ดูฉันเลยเข้าใจ ฟืมที่แกว่าก็คือ ‘ฟันหวี’ ที่ฉันรู้จักนั่นเอง ลักษณะมันจะเป็นซี่ๆเรียงกัน เอาไว้ใส่เส้นยืนเข้าไป แล้วเวลาที่เราจะทอผ้า เราจะต้องใช้ฟืมนี่แหละ ตีกระทบเส้นพุ่งลงมาให้มันเรียงกันเป็นผืนผ้า

“เราต้องค้นกี่รอบถึงจะเปลี่ยนสีทีนึงคะ”

“ตาละ 4 ความ” แกชี้ให้ดูตรงเชือกที่แกแยกเส้นฝ้ายไว้ (แกมัดเส้นฝ้ายไว้ กลุ่มละ 2 เส้น)

2 กลุ่ม = 1 ความ  / 1 ความ = 4 เส้น เพราะฉะนั้น 4 ความ = 16 เส้น

มาถึงตรงนี้ฉันเข้าใจหน่อยย่อยของแกแล้ว การแบ่งด้ายเป็นความ ก็เพื่อให้รู้ว่าถ้าเราทำครบ 4 ความ เราจะต้องสลับสี เพื่อให้เส้นยืนแบ่งสีเป็นลายอย่างที่เราต้องการ และการทำผ้าผืนนึง จะขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ฟืมอะไร เช่น ผ้าผืนนี้เราจะใช้ฟืม 20 หลบ เราก็จะต้องค้นหูกวนไปให้ครบ 200 เส้น (1หลบ = 10 เส้น / 20 หลบ = 200 เส้น) การนับเส้นก็นับเอาจากที่แกมัดแยกเป็นกลุ่มเอาไว้

“ลายตารางอันนี้ก็จะเล็กหน่อยใช่ไหมคะ” ฉันสังเกตจากเส้นฝ้ายที่เรียงกัน

“ค่า ถ้าเราเอาความน้อย เช่นตาละความ ขนาดตารางมันก็สิน้อยลง ส่ำนี่หละ อันนี้ 4 ความ ขนาดก็ประมาณตรงนี้” ป้าทำชี้ตัวอย่างผ้าขาวม้าข้าง ๆให้ดูอีกครั้ง ในหัวฉันก็พอนึกภาพออกอยู่ลาง ๆ เพราะเคยเห็นเสื้อผ้าของภูครามที่เป็นลายตารางสีฟ้าอ่อน-เข้ม คล้ายกับสีฝ้ายที่แกกำลังทำอยู่ตรงหน้า

“กินข้าวหรือยังลูก” นั่งอยู่กับป้าทำไปได้สักพักใหญ่ แม่บิดาที่นั่งอยู่ที่ชานบ้านก็ถามฉันขึ้นมา

“เรียบร้อยแล้วค่า”

นี่แหละคือความน่ารักแบบชนบท ผู้คนมีความเอ็นดู เป็นห่วงเป็นใย

และด้วยความที่ใช้เวลาทำค่อนข้างนาน ป้าทำแกเลยให้ฉันกลับไปพักผ่อนก่อน แกว่าถ้าเสร็จแล้วจะมาเรียกไปดู ฉันเลยขอตัวกลับภูครามเพื่อมานั่งปักผ้ารอแก 

จนกระทั่งเกือบหกโมงเย็นก็แวะไปหาแกอีกรอบ แกเริ่มทำได้เยอะมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่แล้วเสร็จ

“เป็นไงบ้างคะป้า”

“ยังไม่เสร็จเลย น่าจะดึก ๆ นั่นล่ะ” ป้าทำว่า

“อย่างนั้นเดี๋ยวหนูกลับมาใหม่ก็ได้ค่ะ”

“ไม่เป็นไร พักผ่อนเถอะ… ถ้าเสร็จเร็วเดี๋ยวสิไปเอิ้น”

“ได้เลยค่า ถ้างั้นหนูไปหาอะไรกินก่อนนะคะ สวัสดีค่ะป้าทำ”

ฉันขอตัวป้าทำกลับมาที่บ้านภูครามเหมือนเดิม ก่อนกลับมาก็เก็บภาพการทำงานของแกไว้สักหน่อย 

พอกลับมาทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว เวลาก็ล่วงไปถึงช่วงทุ่มครึ่ง ฉันเริ่มรู้สึกเกรงใจที่จะไปรบกวนป้าทำเวลานี้ คิดว่าแกคงหยุดพักแล้ว ให้แกได้พักผ่อนก่อนคงดีกว่า เอาไว้วันรุ่งขึ้นจะไปหาแกใหม่ ส่วนวันนี้ฉันเองก็พักผ่อน อาบน้ำ นอนชาร์จพลังก่อนลุยงานวันรุ่งขึ้น

พอมาคิดดูว่าแกเริ่มค้นหูกตั้งแต่เก้าโมงเช้า จนตอนที่ฉันแวะไปหาอีกรอบช่วงเย็นงานก็ยังไม่แล้วเสร็จ ก็อดนึกไม่ได้ว่า กว่าจะกลายเป็นผืนผ้าสักผืนต้องผ่านเวลามากแค่ไหน

เสียดายที่ไม่ได้เห็นแกเริ่มต้นทำตั้งแต่ต้น ถ้าได้เห็นตั้งแต่เริ่มงานน่าจะเข้าใจกระบวนการมากขึ้น แล้วมันคงจะสนุกน่าดู… 

เขียนโดย เล