ถอดบทเรียน 10 ปี ภูคราม : โดยอิ๋ม ตอนที่ 2

ตอนที่ 2

อะไรทำให้คนศรัทธาในเหมี่ยว

เหมี่ยวเคยพูดหลายครั้งว่า “โชคดีที่งานภูครามขายได้” โชคดีที่การทำอะไรก๊อกๆ แก๊กๆ ของเหมี่ยวในวันนั้น วันหนึ่งที่เหมี่ยวคิดว่าจะเอาภาพความงามที่เหมี่ยวเห็นไปอยู่บนผ้าได้ยังไง วันที่เหมี่ยวลองเอาเส้นฝ้ายเข็นมือมาสอดเข้าไปในเข็มเย็บผ้าเล่มใหญ่ที่มีติดอยู่ในบ้านแล้วลองปักดอกไม้ดอกแรกให้เหมือนกันทั้งสองด้าน ณ วันนั้นไม่มีใครรู้เลยว่ามันจะนำพาผู้ปักเดินทางไปได้ถึงไหน

เราสามารถสันนิษฐานได้มั้ยว่า การที่เหมี่ยวไม่ได้เรียนด้านการออกแบบมาก่อน หรือแม้กระทั่งแทบไม่มีความสนใจด้านแฟชั่นเลย ทำให้เหมี่ยวไม่ติดกรอบความรู้

เราสามารถสันนิษฐานได้มั้ยว่า การที่เหมี่ยวมองว่าตัวเองเป็นคนกะโหลกกะลา ขี้หลงขี้ลืม ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย วางแผนแบบไม่วางแผน หรือที่เหมี่ยวเรียกตัวเองว่า “คนพังๆ” ทำให้เหมี่ยวมีใจที่เปิดกว้างต่อความผิดพลาดหรือความไม่สมบูรณ์แบบของผู้คนได้ดี

การทำงานแบรนด์กับชุมชนที่เป็นบ้านเกิดนั้นมีทั้งข้อดีและข้อยากในตัวเอง ข้อดีคือได้อยู่และดูแลครอบครัว มีคนที่ไว้ใจได้ช่วยดูแลและจัดการบางอย่างให้ ญาติพี่น้องในหมู่บ้านที่เริ่มนับญาติกันไม่ถูกก็ได้กลับมารวมกันใหม่ภายใต้องค์กรนี้ แต่ด้วยความเป็นชุมชนที่มีผู้เกี่ยวข้องมากมายหลากหลาย ในฐานะผู้นำย่อมถูกคาดหวังจากทุกคนมากตามไปด้วย ความคาดหวังให้ภูครามรับเข้าทำงาน ให้รายได้ตอบแทนนี่เป็นพื้นฐานทั่วไป ลำดับต่อไปอาจต้องการเป็นคำชมจากผู้นำ หรือการแสดงออกจากผู้นำว่ามองเห็นคุณค่า บางทีก็ต้องการคำแนะนำหรือกำลังใจในการสร้างสรรค์งาน คำแนะนำในการใช้ชีวิต บางคนอาจต้องการให้ช่วยเหลือบรรเทาความขัดสนต่างๆ ความเจ็บไข้ได้ป่วยของตนเองหรือสมาชิกในครอบครัว งานบุญ งานประเพณี งานศพ งานแข่งกีฬา ปัญหาสังคมต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและจิตใจของสมาชิกภูคราม ซึ่งการดูแลผู้คนในบางกรณีก็ต้องใช้ศิลปะและธรรมควบคู่กัน ดูแลคนนี้ยังไงให้อีกคนไม่น้อยใจ ดูแลคนนั้นยังไงให้ยังรักษาความยุติธรรมในองค์กรไว้ได้อยู่

นอกจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปเรื่อยๆ การดูแลที่สำคัญและดีที่สุดอย่างหนึ่งที่เหมี่ยวพอจะเอื้ออำนวยให้สมาชิกภูครามได้ คือการให้เครื่องมือสำหรับดูแลตัวเอง สำหรับคนที่พร้อมไปเข้าคอร์สที่วัด เหมี่ยวก็ปิดภูครามให้ไปวัดกันเลยทีละ 8-9 วัน สำหรับคนที่ยังไม่ถึงเวลาเหมี่ยวก็เอานักศิลปะบำบัด หมอธรรมชาติบำบัด กระบวนกร แม่ชี ใดๆ ทั้งหลายแหล่มาดูแลให้ถึงที่ การดูแลสิ่งต่างๆ เหล่านี้มีค่าใช้จ่ายที่นอกจากจะต้องจ่ายด้วยเงินแล้วยังต้องจ่ายด้วยใจของเหมี่ยวด้วย

พี่เหมี่ยวดูแลคนด้วยการใช้ใจแลกใจ

ในงานถอดบทเรียน 10 ปีภูคราม จังหวะนึงพี่บวบพูดว่า “พี่เหมี่ยวดูแลคนด้วยการใช้ใจแลกใจ” สำหรับผู้สังเกตการณ์อย่างเรา ใช่ เหมี่ยวใช้ใจแลกใจจริงๆ คนที่จะใช้ใจแลกใจคือคนกล้าหาญ กล้าเผชิญ ไม่คิดเล็กคิดน้อย ไม่คิดเรื่องใครได้เปรียบเสียเปรียบ อันนี้เป็นคุณสมบัติเด่นของเหมี่ยวเลย ซึ่งการแลกใจด้วยใจนั้นเหมี่ยวก็ไม่ได้สมหวังตลอด ความผิดหวังบางครั้งก็เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนไหนห่างหน่อยก็เสียใจน้อยหน่อย คนไหนใกล้ใจก็มีแอบร้องไห้บ้าง นอนไม่หลับบ้าง มีบางทีเหมี่ยวบอกเราว่า “มันรู้สึกเหมือนอกหักจากแฟนเลยนะ” แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังไม่เคยเห็นเหมี่ยวหมดหวังกับผู้คนเลย บางคนได้รับโอกาสในการแก้ไขและพัฒนาตัวเองหลายครั้ง เรื่องบางเรื่องกับคนบางคนก็ต้องอาศัยเวลาในการช่วย และเราเชื่อว่าคนเหล่านั้นสัมผัสความปรารถนาดีของเหมี่ยวได้

เรากับเพื่อนอีกคนมักจะแซวเหมี่ยวว่า พลังของเหมี่ยวทั้งหมดถูกใช้ไปหมดแล้วในงานภูคราม

เหมี่ยวเป็นคนมีความสนใจจริงๆ ไม่กี่เรื่องแต่ชัดเจนในเรื่องที่สนใจ ค่านิยมที่เหมี่ยวยึดมั่นและให้คุณค่าทั้งหมดถูกแสดงออกผ่านงานภูคราม ไม่ว่าจะเป็นตัวชิ้นงานหรือวิธีการทำงาน ส่วนเรื่องอื่นนอกเหนือจากนี้เพื่อนๆ จะรู้กันดีว่าเหมี่ยวจะ “ปล่อยจอย” และไม่ขัดเขินที่จะร้องขอถ้าเหมี่ยวอยากได้รับการดูแล 5555555

เหมือนเขียนไว้ให้ขำ แต่ชีวิตเมื่อมาถึงจุดนึง คุณค่าที่ยึดถือกับบางเรื่องที่ปล่อยปะละเลยเดินทางมาบรรจบกันเฉยเลย เมื่อสังขารแสดงธรรม ร่างกายส่งสัญญาณว่าเหมี่ยวต้องตั้งศูนย์ถ่วงล้อจูนจิตจูนใจตัวเองเป็นเวอร์ชั่นปัจจุบันเสียที

เขียนโดย อิ๋ม