เสื้อสไตล์แม่ ความงามที่จับต้องได้
“ แม่ชอบ และเห็นเศษผ้าที่มันสวย แม่อยากให้คนรู้จักผ้าเราด้วย เสื้อนี้ใส่ได้ทั้งสองด้าน ซื้อเสื้อตัวเดียวเหมือนได้สองตัว”
“ แม่ชอบ และเห็นเศษผ้าที่มันสวย แม่อยากให้คนรู้จักผ้าเราด้วย เสื้อนี้ใส่ได้ทั้งสองด้าน ซื้อเสื้อตัวเดียวเหมือนได้สองตัว”
“ตอไม้เก่าจะมีสีอึมครึมนะ แต่ถ้าเป็นไม้อายุน้อย ๆ สีเขาก็จะสด” พี่บวบว่าต่อ “ตอนี้มาจากไม้พันธ์ุนี้ แสดงว่าไม้พันธ์ุนี้มีขึ้นอยู่แถวนี้ ก็จะทำให้เห็นว่าที่มาของตอนี้คืออะไร อย่างประดู่…ตอมันก็จะเป็นสีเลือด” “ทำไมถึงมีไอ้อ่างอย่างเงี้ย” แกชี้ต่อไปที่โพรงบนต้นไม้ “เพราะมีน้ำ พวกนกกาฝากเข้ามาอาศัยกันอยู่ตรงนี้ เลยมีพวกหอยพวกอะไรเข้ามาอาศัย ซึ่งโพรงไม้ที่เกิดใหม่ ๆ มันก็อาศัยไม่ได้นะคะ มันต้องเป็นไม้เก่า… ในความรู้สึกพี่คือ มีใครมองเห็นจุดนี้ของเขาไหมในต้นไม้ มีใครสังเกตไหม มันจะมีโพรงอยู่แบบนี้”
“น้ำ…บรรยากาศแบบนี้ เฮาต้องรวมตัวกันแล้วพากันไปเที่ยวน้ำตกเนาะ… เนาะเลเดีย!” พี่แจ๋วเอ่ยชวน “แม่น” / “จริงค่ะ” ฉันกับแม่น้ำตอบขึ้นมาพร้อมกัน “หมายถึงเฮาอยู่นำหลาย ๆ คน เฮาต้องชวนกันไปเที่ยวน้ำตก” “ให้เจ้านายพาไปบ่น้อ” แม่น้ำเริ่มวางแผน “อ้อนพี่บวบบ่น้อ ให้ไปอ้อนเจ้านายอีกที อยากไปเที่ยวน้ำตก”
การย้อมครามเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มากสำหรับผม เพราะตอนเราลงย้อม น้ำเขาจะมีลักษณะลื่นๆ หนืดๆ จากความด่าง สีที่ดีควรมีสีเหลืองแบบมะม่วงสุก เกิดจากการที่สีครามละลายไปในน้ำที่มีสภาวะด่างทำให้สีเปลี่ยนจากน้ำเงินครามกลายเป็นสีเหลือง พอเอาฝ้ายลงย้อมแล้วโดนอากาศสีเขาจะค่อยๆเขียวแล้วกลายเป็นสีฟ้า สีน้ำเงิน สีครามเข้ม เข้มขึ้นเรื่อยๆที่ลงย้อม และ การย้อมมะเกลือเราจะต้องเอาผลมะเกลือที่ดองรักษาสีไว้มาตำให้ละเอียดก่อน แล้วกรองเอาน้ำยางเขาออกมาย้อม สีจะเข้มขึ้นเรื่อยๆ จากการที่สีสัมผัสกับอากาศและแดด สีมะเกลือเป็นสีที่ชอบแดดมาก ยิ่งโดนแดดดีๆ ยิ่งเข้มและสวย
“ ตลอดเวลาที่เราทำงานผ่านมา 10 ปี ของภูคราม เราได้อะไรมามั่ง เรารู้สึกว่าได้อนุรักษ์ ได้ใส่ความรู้สึกที่เราตั้งใจว่าเราเห็นคุณค่าของป่าในแต่ละฤดูของธรรมชาติบ้านเรา ใน 3 ฤดู ร้อน ฝน หนาว ในช่วงนี้เป็นหน้าฝน เราเลยใส่ในความเป็นป่าภูพานของเราค่ะ”
ป้าปะ ช่างตัดเย็บภูคราม ช่างตัดเย็บที่แกะแพทเทิร์นทรงเสื้อผ้าได้ชำนาญคนหนึ่ง และความเป็นเอกลักษณ์ในการทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอนควบคู่ไปกับความประณีต มีประสบการณ์ในการตัดเสื้อผ้ามาหลากหลายแพทเทิร์นและเป็นคนที่คอยให้คำปรึกษาช่างตัดเย็บคนอื่นๆ ของภูครามอยู่เสมอ เราลองมาฟังป้าปะเล่าเรื่องการทำงานตัดเย็บกับภูครามกันครับ
“ โจทย์ที่ได้มาคือ 1-10 ปีภูคราม ก็ทำให้เราได้นึกถึงงานเก่าๆ ที่เราเคยทำมา ก็เลยหยิบมาใส่ ด้านหลังก็ทำเป็นป่าที่เราไปเดิน นี้ก็เอาดอกพวงไข่มุกมาด้วย อันนี้ต้นเหมือดแอ ที่เราเห็นในป่ามันไม่มีใบ ก็หยิบมาปักด้วย ตัวนี้จะเป็นเห็ดน้ำหมาก แล้วก็ดอกกระดุม นี้ต้นกระบกนะ อันนี้ต้นผักหวาน อันนี้ต้นเต็ง อันนี้ต้นเสี้ยวที่อยู่ในนา ดอกสีขาว แล้วก็มีนก มีเห็ด มีภูผายล ชอบที่เราไปเดินป่าตอนที่เราเดินไปแล้วมีหญ้าเพ็กเขียวๆ ต้นไม้จะออกเป็นสีดำ สีน้ำตาลเข้มเลยชอบมากเลย"
“แม่น้ำน่ะเคยใช้งานปัก บำบัดจิตเจ้าของ แล้วก็ได้ผลนะ” ฉันมองหน้าแก พลางตั้งใจฟัง “ตอนแม่น้ำอกหักน่ะเลเดีย แม่น้ำใช้งานปักอันนี้น่ะ… เฮ็ดแล้วลืมได้จริง พอเฮาอยู่กับผ้าแม่น้ำก็ลืมเรื่องแย่ ๆ ไปได้ง่าย ๆ เลย” แกพูดในขณะที่มือยังคงตั้งใจปัก “แม่น้ำก็บอกต่อ ๆ ไปว่าถ้าใครอกหักให้ปักผ้า มันจะได้ลืมความทุกข์ความยากไป มีแต่ความสวยงามเข้ามา”
“นี่แหละที่เฮ็ดให้ซาวนาเนี่ยจน เพราะว่ากู้เงินมาเฮ็ด บางคนเฮ็ดเยอะลงทุนหลาย และความบ่แน่นอน บางปีก็เกิดฝนแล้ง เกิดพายุ เสียหายเน่าเปื่อย แต่กู้เงินมาแล้วก็เป็นหนี้ทับถม” ฉันรับฟังอย่างเงียบ ๆ “ปุ๋ยก็แพงมาก บ่สมดุลกับราคาข้าวที่เฮาขาย ข้าวโลละ 10 บาท ปุ๋ยกระสอบละ 1,500” “โอ้โห คุ้มไหมคะเนี่ย” “ไม่คุ้มเลย” แม่น้ำตอบ “แต่ที่ภูครามน่ะ หลาย ๆ ความคิดสร้างงานช่วยกัน ถ้าเฮาไปต่อได้ตลอดเฮาก็มีรายได้ คนก็บ่ตกงาน ฝีมือเฮาก็พัฒนาไปเรื่อย แม่น้ำว่าดีอยู่ เฮามีงานเฮ็ดอยู่ตลอด…
สีสันของภูครามที่หลายคนเห็นผ่านผ้าทอและฝ้ายปัก เป็นสีสันจากธรรมชาติที่เราตั้งใจอยากจะนำเสนอ ฝ้ายปักถูกเนรมิตขึ้นโดยช่างย้อมของทีมภูครามและหนึ่งในทีมช่างย้อมภูครามคือ “เจน” นักเล่นแร่แปรธาตุหน้าใหม่ที่นิยามตัวเองว่า “ฉันเป็นแม่มดแห่งบ้านภูคราม”