ตอนที่ 5 : บ๊ายบาย ยางโล้นซิตี้

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พี่นุ่มนิ่มโผล่มาตอน 9 โมงครึ่งพอดี ตรงเวลาที่พวกเรานัดกันเอาไว้ ไม่มีขาด ไม่มีเกิน วันศุกร์นี้ นอกจากพี่นุ่มนิ่มแล้ว พี่โสก็เอาเสื้อมาส่งที่ภูครามเหมือนกัน

พวกเราออกมาจากภูครามระหว่างทางมีการเจาะซ่อมถนน ทำให้ฝุ่นฟุ้งจนมองทางข้างหน้าแทบไม่เห็น แต่พวกเราก็ผ่านมันมาได้

วันนี้ป้าแน่ น้าเต็มและเจ้าปังนั่งอยู่หน้าบ้าน ทั้ง 2 คนกำลังปักผ้า ส่วนอีก 1 ตัวกำลังนอนเอกเขนกทำตัวน่ารักไปวัน ๆ อยู่ เสื้อสีครามที่น้าเต็มกำลังปักอยู่ใกล้จะเสร็จแล้ว

เช้าวันนี้ฉัน ป้าแน่และพี่นุ่มนุ่มจะไปที่สวนของป้าแน่หลังจากที่อยากไปมาหลายอาทิคย์แต่ก็ไม่ได้ไปซักที

ฉันขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์ของป้าแน่ ส่วนพี่นุ่มนิ่มก็ขับคันของตัวเองตามมา ป้าแน่บอกว่าที่สวนตอนนี้ลุงกำลังเคลียร์เศษซากมะเขือเทศอยู่ พอเสร็จแล้วจะปลูกข้าวโพดหวานแทน

รอบนี้เหล่าทองมีต้องอยู่ในคอก เพราะข้าวที่ปลูกไว้กำลังโตถ้าปล่อยเหล่าทองมีออกมาน่าจะกินจนเกลี้ยง ช่วงนี้พวกมันจึงต้องอยู่ในคอกไว้ก่อน

หลังจากซึมซับบรรยากาศจนชื่นใจแล้วก็ถึงเวลากลับบ้านเพื่อไปทำงานต่อ

ป้าแน่ที่กำลังเก็บมะเขือเทศบนเสื้ออยู่ตอนนี้เสร็จแล้ว มีทั้งมะเขือเทศลูกเล็ก ลูกใหญ่ สีแดงเข้ม สีแดงอ่อน

ส่วนตรงแขนที่ตอนแรกอยากทำเป็นภาษาอังกฤษกับญี่ปุ่น สุดท้ายเปลี่ยนใจมาทำเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้ง 2 ข้าง ข้างหนึ่งเขียนว่าภูคราม ส่วนอีกข้างเขียนว่านิ่มจัง แทนคนปักนั่นก็คือพี่นุ่มนิ่มนั่นเอง

พี่นุ่มนิ่มบอกว่าที่เลือกปักเป็นภาษาญี่ปุ่นที่แขนเสื้อก็เพราะว่าทั้งที่เคยเรียนมาด้วย และอีกหนึ่งสาเหตุคืออยากให้ลูกค้าภูครามที่ซื้อเสื้อตัวนี้ไป เวลาได้ไปท่องเที่ยวถ้าใส่เสื้อตัวนี้ก็เหมือนพี่นุ่มนิ่มได้ไปเที่ยวด้วย เหมือนลายปักเป็นตัวแทนของตัวเอง

โดยเฉพาะหากลูกค้าที่ได้ซื้อไปได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่ที่พี่นุ่มนิ่มอยากไปมากที่สุด พอลุกค้าเอาเสื้อตัวนี้ไปด้วยก็เหมือนพี่นุ่มนิ่มได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น อีกทั้งคนที่อยู่ที่นู่นก็จะสามารถอ่านสิ่งที่เขียนอยู่บนแขนเสื้อได้อีกด้วย

ได้เวลาอาหารเที่ยงแล้ว วันนี้เชฟนุ่มนิ่มได้ทำเมนูแกงไก่ ที่แยกชามมาให้ด้วย แบบเผ็ดกับไม่เผ็ด ส้มตำและหมูทอดที่ป้าแน่เอามา

หลังกินข้างเสร็จก็ทำงานกันต่อ เสื้อของน้าเต็มเกือบเสร็จแล้ว เป็นท้องฟ้าหน้าฝนที่เมฆครึ้มและมีฟ้าผ่า เท่สุด ๆ ไปเลย

ตอนบ่ายน้าเต็มจะเอาเสื้อมาส่งที่ภูคราม ทุกคนก็เชียร์ให้พี่นุ่มนิ่มเอาเสื้อของตัวเองไปรีดแล้วสอบถามความคิดเห็นของคนที่ภูครามด้วย

พี่นุ่มนิ่มค่อนข้างกังวลว่าตัวอักษรญี่ปุ่นที่ปักลงไปจะผ่านไหม เพราะมันไม่ค่อยเป็นภูครามและไม่เคยมีใครทำมาก่อน

พอมาถึงแล้วทุกคนทึ่งในความสวยงามของลายปักบนเสื้อ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเฉพาะด้านหลังที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสวยสุด ๆ

ส่วนตรงแขนเสื้อหลาย ๆ คนเห็นตรงกันว่าควรเพิ่มกิ่งไม้หรือดอกไม้ให้ลายปักมันดูกลมกลืนไปกับเสื้อทั้งตัว พี่นุ่มนิ่มบอกว่าจะพยายามปักให้เสร็จภายในอาทิตย์หน้า แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ต้องรอลุ้นว่าอาทิตย์หน้าพี่นุ่มนิ่มจะรังสรรค์อะไรออกมา

เช้าวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม ตอนเช้าพี่เจนเอาฝ้ายปักที่ย้อมสีแล้วตากแดด ทุกคนภาวนาให้ฝ้ายเหล่านี่ได้รับแสงแดดที่เพียงพอและแห้ง แต่ผ่านไปไม่ถึง 10 นาที ฝนก็ตกลงมา ทุกคนวิ่งกันวุ่นเพื่อเก็บผ้าย ไม่ให้มันโดนฝน

ประมาณ 9 โมงครึ่งพี่นุ่มนิ่มขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาที่ภูคราม แต่รอบนี้พี่นุ่มนิ่มไม่ได้มาคนเดียวมีป้าแน่ขับมอเตอร์ไซค์มาอีกคันและน้าเต็มซ้อนท้ายอยู่ ทั้ง 3 คนจะมาเจอพี่นัด

พี่นัดเคยมากิจกรรมของภูครามแล้วได้ไปนอนบ้านป้าแน่ มาหนนี้พี่นัดขึ้นมาภูครามเพื่อช่วยพี่เหมี่ยวเรียบเรียงหนังสือ

ป้าแน่ น้าเต็มและพี่นุ่มนิ่มจึงถือโอกาสมาทักทายด้วย พี่นุ่มนิ่มเอาพะโล้ที่ทำเองติดมือมาฝากคนที่ภูครามด้วย ช่างบังเอิญจริง ๆ เพราะเที่ยงนี้ที่ภูครามก็ตั้งใจจะทำพะโล้เหมือนกัน

ป้าแน่เองก็ยังเอาเสื้อมาให้พี่เหมี่ยวดูด้วย เสื้อสูทสีครามที่ได้รับโจทย์ให้ปักครามในคราม ป้าแน่ปักเป็นเหตุการณ์ตอนที่พวกเราเดินไปที่ภูแก้งหอย

ด้านหน้าคือระหว่างทางที่พวกเราเดินผ่าน พวกเราเจอทั้งหอยทาก ต้นเปลือย ต้นกระบก ต้นปรง และต้นไม้อื่น ๆ ทางด้านซ้ายของเสื้อป้าแน่ยังได้ปักพี่นมสดกำลังกอดต้นเปลือยต้นใหญ่ หรือที่รู้จักกันในชื่อต้นตะแบก

ส่วนด้านหลังเป็นทิวทัศน์ด้านบนภูแก้งหอย ซ้ายสุดคือพี่นุ่มนิ่มที่กำลังชี้ให้ดูวิวด้านบนภู ถัดมาคือฉันเอง ใจดีที่กำลังนั่งก้มหน้าเพราะเหนื่อยจากการเดินขึ้นมา

ส่วนคนที่ยืนอยู่บนก้อนหินคือป้าแน่ และคนสุดท้ายทางด้านขวาที่ใส่หมวกคือพี่เจน

ป้าแน่บอกว่าปักผ้าจนดึกเพราะอยากให้เสื้อเสร็จทันให้ฉันและพี่นัดได้เห็นก่อนกลับ เสื้อตัวนี้จึงเสร็จใน 2 อาทิตย์และป้าแน่ได้ตั้งชื่อเสื้อตัวนี้ว่า “เดินป่าวันนั้น”

ประมาณ 10 โมงสี่สิบห้านาที ฝนเริ่มซา พี่นุ่มนิ่มจึงมาชวนให้รีบออกเดินทาง ไม่อย่างนั้นกลัวว่าฝนจะตกลงมาอีก ระหว่างทางฝนก็ตกลงมาปรอย ๆ แต่ฉันแทบจะไม่เปียกเลย เพราะพี่นุ่มนิ่มบังให้เกือบทั้งหมด

ขับไปเรื่อย ๆ มอเตอร์ไซค์ของป้าแน่ที่มีน้าเต็มซ้อนท้ายก็ขับแซงไปด้วยความรวดเร็ว “ป้าแน่เป็นสายซิ่ง” พี่นุ่มนิ่มบอก

พอเลี้ยวเข้าไปในบ้าน จอดมอเตอร์ไซค์เดินเข้าไปวางของข้างใน ฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่ พวกเราสันนิษฐานกันว่ามันคือฝนที่เคลื่อนมาจากบ้านนางเติง  ฝนตามพวกเรามาจากภูคราม

ปังนอนอยู่ตรงครัวโดนฝนสาด น้าเต็มจึงเอาร่มไปกางให้เจ้าปังนอนอย่างสบายใจ สบายกาย

เสื้อของพี่นุ่มนิ่มรอบนี้ตรงแขนเสื้อถูกปักเรียบร้อยแล้ว ข้างหนึ่งประดับไปด้วยดอกไม้สีสันสดใส กำลังโปรยลงมา รวมถึงนกสไตล์ญี่ปุ่นที่บินอยู่รอบแขนเสื้อ

ส่วนอีกข้างที่เป็นชื้อพี่นุ่มนิ่มปักเป็นครามในคราม ใช้ด้ายโทนสีฟ้า มีกิ่งไม้พาดมาด้านบน และดอกไม้ร่วงลงมาถึงปลายแขนเสื้อ

พี่นุ่มนิ่มบอกว่าตอนนี้เหลือปักน้าเต็มกำลังปักผ้าลงไปบนเสื้อ รวมถึงใส่ใบไม้อีกนิดหน่อยให้ต้นไม้บางต้น อย่างต้นกระดิ่งนางฟ้าด้านหลังเป็นต้น

จริง ๆ แล้วเสื้อตัวนี้ปักเยอะพอที่จะเอาไปส่งได้แล้ว แต่พี่นุ่มนิ่มบอกว่าอยากใส่ทุกอย่างให้ครบ อยากทำให้เต็มที่ เพราะไม่อยากมาเสียดายทีหลังหากส่งไปแล้ว

วันนี้พี่นุ่มนิ่มลงครัวทำไข่พะโล้เอง วันนี้ฉันกินจนอิ่มแปล้เลย ป้าแน่เองก็อิ่มจนแน่น

แต่อาหารในกระเพาะยังไม่ทันได้ย่อยน้าเต็มก็ทำบ้าบิ่นให้ มะพร้าวในบ้าบิ่นเองก็เพิ่งขูดเมื่อเช้าโดยพ่อของพี่นุ่มนิ่ม บ้าบิ่นอร่อยมาก น้าเต็มให้ฉันนับจำนวนสมาชิกที่อยู่ในภูครามมา ทุกคนจะได้แค่คนละ 1 ชิ้นเท่านั้น

พี่นุ่มนิ่มกำลังลงมือปักน้าเต็มอยู่อย่างรวดเร็ว แต่เวลาไม่เคยคอยใคร ตอนนี้บ่าย 3 กว่าแล้ว ได้เวลาออกเดินทาง

ขนมบ้าบิ่นที่ได้สิทธิ์คนละ 1  ชิ้นตอนนี้เพิ่มขึ้นแล้ว เพราะสมาชิกชั่วคราว 3 คนที่ภูครามรวมถึงพี่เหมี่ยวออกเดินทางกันไปก่อนแล้ว ดังนั้นคนที่กินบ้าบิ่นแล้วชอบจะได้สิทธิ์กินเพิ่มแล้ว

ทันทีที่บ้าบิ่นเสร็จฉันกับพี่นุ่มนิ่มก็เตรียมเดินทางกลับมาภูคราม ฉันบอกลาน้าเต็ม พ่อพี่นุ่มนิ่ม เจ้าปัง และป้าแน่ที่บ้าน

พอเลี้ยวออกมาจากซอย แล้วขับออกมาจากบ้านยางโล้นพี่นุ่มนิ่มก็ตะโกนขึ้นมาว่า “บ๊ายบาย ยางโล้นซิตี้”

ทิวทัศน์ที่เห็นมาทุกอาทิตย์ ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาหลังจากนี้จะไม่มีแล้ว ฉันคงจะคิดถึงมันน่าดู

ระหว่างทางพี่นุ่มนิ่มกับฉันร้องเพลงคลอกันไปตลอดทางจนเลี้ยวเข้าภูคราม

พี่นุ่มนิ่มเอาเสื้อออกมารีด พอรีดเสร็จก็ถ่ายรูปเสื้อปัจจุบัน ฉันรอเห็นตอนที่เสื้อเสร็จอาทิตย์หน้าไม่ไหวแล้ว ถึงจะเห็นแค่ในรูปก็ตาม แต่ฉันสัญญากับพี่นุ่มนิ่มไว้แล้วว่าจะมาดูเสื้อที่เสร็จสมบูรณ์ในงานเปิดบ้านของภูครามให้ได้

พวกเราถ่ายรูปด้วยกันกับเสื้อเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่พี่นุ่มนิ่มจะเก็บเสื้อใส่กระเป๋าแล้วบอกว่าภายในวันพุธจะเสร็จแน่นอน

ฉันตอบไปด้วยความตื่นเต้น “จะรอดูนะคะ”

เขียนโดย ใจดี