“ช่วงใหม่ๆ ที่ได้เข้ามา ก็ตีโจทย์ไม่ออก เหมือนเป็ด เดินสะเปะสะปะ เพราะเราคลำทาง มองไม่ออก ช่วงนั้นเราเป็นอะไร เรารู้สึกยังไง ยังคิดงานไม่ได้ มีเหมือนกัน”
วันนี้พี่วิแวะมาที่ภูคราม เนื่องจากมีแขกที่พี่วิรู้จักมาที่ภูคราม พี่วิจึงแวะมาทักทาย คุณเตยที่กำลังมีโปรเจกต์ร่วมกับภูครามเตรียมหนังสือนิทานมาฝากให้ลูกสาวทั้ง 2 ของพี่วิ พี่วิติดเสื้อที่กำลังปักอยู่มาให้ดูด้วย
“เวลาเล่าเรื่องเสื้อมีแนวคิดยังไงบ้างคะ” คุณเตยถาม
“เล่าตามอารมณ์งานของเรา เล่าตามความรู้สึกที่เราอยากให้เขารู้ว่าเราทำอะไร เราเป็นยังไง เราคิดแบบไหน แล้วก็งานที่เราปักไปเราอยากสื่ออะไรแค่นั้นเอง ตรงไปตรงมา”
เนื่องจากโจทย์ของเสื้อตัวนี้คุณเหมี่ยวให้โจทย์ว่า 10 ปี ภูคราม เราจึงได้คุยกันย้อนไปเมื่อตอนที่พี่วิเริ่มมาปักผ้าให้ภูคราม
“ตอนเข้ามาทำใหม่ๆ เป็นยังไงบ้างคะ”
“ช่วงใหม่ๆ ที่ได้เข้ามา ก็ตีโจทย์ไม่ออก เหมือนเป็ด เดินสะเปะสะปะ เพราะเราคลำทาง มองไม่ออก ช่วงนั้นเราเป็นอะไร เรารู้สึกยังไง ยังคิดงานไม่ได้ มีเหมือนกัน”
“ตอนไหนที่เริ่มจับทางได้คะ”
“ตอนที่เราได้เข้าป่ารู้สึกว่าเราเข้าใจในมุมมองว่าพวกต้นไม้เขาอยู่กันยังไง เขาเป็นแบบไหน ทุกทีก็อยู่กับป่าเราก็ไม่ได้สนใจว่ามันน้อยใหญ่ลดหลั่นกันไปยังไง พอเราเริ่มสังเกตว่ามันอยู่ยังไง ก้อนหินอยู่แบบไหนแล้วต้นไม้แทรกมาแบบไหน เราก็เลยพอไล่ทางได้” พี่วิเล่าวิธีคิดที่พัฒนามาจากการสังเกต
“เวลาน้องๆ คิดงานกันไม่ออก ก็มีโทรมาถามว่าจะทำไปต่อยังไง จะเล่าเรื่องยังไง จะตั้งชื่อว่าอะไร เราก็ถามเขาว่าจะทำอะไร มีลายอะไรยังไง เราก็สามารถแทนความรู้สึกให้เขาได้ เราให้คำปรึกษาเขาได้ ทำให้เขาคิดออก”
“กลายเป็นที่ปรึกษาให้รุ่นน้องได้” ฉันเสริม
“ใช่ค่ะ เป็นที่ปรึกษา” พี่วิตอบยิ้มๆ
“แต่ก่อนเข้าป่าก็มีแต่หาเห็ด” ฉันแซว
“ชอบกินเห็ด เขาไม่ได้ เราก็ได้ประจำ” พี่วิพูดแล้วหัวเราะ แล้วเล่าต่อ
“เดือน 3 ต้นไม้จะแห้งไปหมด แต่ดอกกระเจียวทำไมมันถึงขึ้นก็สงสัยเหมือนกัน ฝนก็ตกไม่เยอะ แต่ก็ออกมา ก็ได้เก็บขาย”
“ดอกกระเจียวสีม่วงนั่นเหรอคะ” ฉันถาม
“สีขาว” พี่วิตอบ
“สีขาวก็กินได้เหรอคะ ไม่เห็นมีใครเก็บ” ที่เข้าป่าล่าสุดฉันเห็นมีดอกกระเจียวสีขาวขึ้นตามทางเต็มไปหมด
“สีขาวที่ป่านั่นกินไม่ได้ก้านมันแข็ง ที่ออกท้ายๆ นะ แต่ถ้าออกหัวปีอย่างเดือน 3-5 น่ะ กินได้ คนนิยมกินกัน ซื้อกิโลละแพง เก็บมาแล้วก็เอาไปจัดเป็นกำขาย ก็ได้กำไร เก็บมาแล้วมันก็ขึ้นใหม่ เพราะว่าเราไม่ได้ไปถอนต้นมัน”
ฉันกลับมาถามเรื่องความคืบหน้าของเสื้อ
“หน้าฝนจะมีก้อนเมฆ แต่ก้อนเมฆยังไม่เสร็จ จะทันเวลาหรือเปล่า ก็ไล่น้ำเหมือนที่ป่าที่เราไป มีต้นแหว่งมีอะไร ใส่ตรงช่วงที่มันมีแสงสว่าง แสงของเสื้อ นี่เสื้อมันมีแสงฝั่งนี้ ฝั่งนี้เราจะเล่าเรื่องเป็นกลุ่มๆ ร่างพื้นที่ไว้” ฉันเห็นรอยด้ายเนาเป็นวงกลมหลายวง เหมือนพี่วิแบ่งพื้นที่ไว้เตรียมปักสิ่งที่คิดไว้ในหัว


“แล้วตรงนี้เป็นอะไร” คุณเตยถามบ้าง
“ก้อนหิน”
“แล้วตรงนี้ล่ะเป็นลายเขาเหรอ” คุณเตยชี้ลายบนก้อนหิน
“ตะไคร่ ขี้กะหลึม”
“ตรงนี้พอปักเสร็จจะเลาะออกไหมคะ” ฉันชี้นิ้วตรงด้ายที่เนาไว้เป็นวงกลม
“ใช่ค่ะ”
“อันนี้คือต้นอะไรคะ” คุณเตยชี้
“ข่อยค่ะ ที่จริงจะใส่ต้นไม้เยอะกว่านี้ ตรงนี้เป็นตอไม้ที่มันมีอยู่บ้างในป่า อันนี้เป็นต้นน้ำนมแดง ค่อนข้างใบใหญ่” พี่วิไล่อธิบายไปตามลายบนเสื้อ
“เวลาน้องๆ คิดงานกันไม่ออก ก็มีโทรมาถามว่าจะทำไปต่อยังไง จะเล่าเรื่องยังไง จะตั้งชื่อว่าอะไร เราก็ถามเขาว่าจะทำอะไร มีลายอะไรยังไง เราก็สามารถแทนความรู้สึกให้เขาได้ เราให้คำปรึกษาเขาได้ ทำให้เขาคิดออก”
“มีอันไหนที่เพิ่งเห็นแล้วอยากเอามาปักไหมคะ แบบไม่เคยเห็นมาก่อนเลย” คุณเตยถามต่อ
“ต้นน้ำนมแดงนี่แหละ เห็นอยู่แต่ไม่เคยเอามาปัก มีอยู่ต้นหนึ่ง ไม่ค่อยมีเยอะในป่า นานๆ จะเห็น สีเขาเป็นเฉพาะ”
“เวลาเลือกสีด้ายเลือกยังไงคะ” คุณเตยอยากรู้
“เลือกด้ายที่มีอยู่แล้ว เจนเขาย้อมไว้อยู่แล้ว เราจะใส่ลำต้นสีอะไร อยากทำแบบไหน ก็มาเลือกไป”



“อย่างอันนี้ที่ปักตะไคร่ลงไปคิดยังไง”
“หน้าฝนมันมีอยู่แล้ว ก็ปักลงไป ก้อนหินแต่ละก้อนก็ไม่ใช่ว่าจะดำหมด ก็มีด่างๆ สีขาว ก็ได้มองเห็นลายละเอียดของก้อนหิน ถ้าก้อนหินอยู่ใกล้น้ำก็มีตะไคร่ เวลาอยู่ใต้ต้นไม้ก็จะสีเขียวไปหมดอย่างนี้”
เรานั่งคุยกันอีกสักพักแล้วพี่วิก็ขอตัวกลับเนื่องจากช่วงนี้ติดรับงานเลี้ยงหลานไว้จึงต้องรีบกลับไปดู
หลังจากนั้น 4 วัน ฉันนัดคุยกับพี่แจ๋วที่บ้าน พี่วิแวะมาหาช่วงบ่าย พี่วิใส่ชุดเดรสสีฟ้าดูสวยแปลกตาจากทุกครั้งที่เคยเห็น ช่วงนี้พี่วิติดงานเลี้ยงหลานจึงปลีกตัวไปทำอะไรยาก




“ทำไมแต่งตัวสวยจังคะ เหมือนคุณครูเลย”
“ช่วงนี้เป็นพี่เลี้ยงเด็กค่ะ” พี่วิตอบ
พี่วิหยิบเสื้อออกมาให้ดู เห็นความคืบหน้ามากมาย ที่แขนเสื้อมีลายต้นไม้ทั้งสองข้าง และตอนนี้กำลังปักต้นไม้ใบไม้ตามลำตัว ที่เนาวงกลมไว้ยังไม่ได้เริ่ม
พี่วิเล่าว่าลูกเพิ่งเปิดเทอมอยากได้กระเป๋าสะพายไปโรงเรียนเลยถักกระเป๋าโครเชต์ให้ลูกคนละใบ ใช้เวลาไป 2 วัน ลูกสะพายไปโรงเรียนเพื่อนเห็นแล้วชมว่ากระเป๋าสวยมากได้มาจากไหน ลูกสาวบอกว่าแม่ถักให้ เพื่อนๆ ลูกอยากได้กันใหญ่ ลูกกลับมาจากโรงเรียนเข้ามากอดและหอมแม่ แล้วเล่าให้แม่ฟังว่าเพื่อนชมว่ากระเป๋าสวย ฉันรับรู้ได้ถึงบรรยากาศในครอบครัวที่น่ารัก พี่วิถือว่าโชคดีที่มีสามีที่ดีและลูกที่น่ารัก นั่นเพราะพี่วิก็เป็นแม่ที่น่ารักด้วย ถ้าฉันมีแม่แบบพี่วิฉันก็คงจะรักแม่มากเช่นกัน
พี่วินั่งคุยและปักผ้าอยู่ด้วยได้ไม่นานก็ต้องขอตัวกลับไปเลี้ยงหลาน เพราะตอนนี้หลานหลับและฝากย่าเขาช่วยดูไว้ให้
ฉันเฝ้ารอที่จะได้เห็นงานสำเร็จของพี่วิด้วยความตื่นเต้น




เขียนโดย ม่านเมฆา





