ตอนที่ 6 : เมื่อมนต์เสน่ห์ภูหลังดำของพี่โสปรากฏบนผืนผ้า

ติดตามพี่โส และพี่จ๋อม ช่างปักผ้า

และแล้วก็ผ่านมาได้ 3 วัน หลังจากที่ฉันไปเล่นที่เถียงนาน้อยของพี่จ๋อม วันนี้เป็นวันศุกร์ วันส่งงานของช่าง ซึ่งก่อนหน้านี้พี่โสบอกว่าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด แกจะเข้ามาส่งเสื้อเชิ้ตในวันนี้ ฉันนั่งเล่นอยู่ที่ใต้ถุนบ้านภูครามเหมือนทุกวัน เพื่อรอเวลาทำงาน มองที่นาฬิกาตอนนี้เป็นเวลา 08:56 น. ในขณะที่กำลังจะเริ่มงานก็คิดในใจ พลางตื่นเต้นว่าจะได้เห็นงานสำเร็จของพี่โสในวันนี้ไหม แล้วแกจะมาตอนไหน ‘อยากเห็นเสื้อพี่โสแล้วแฮะ’ ฉันคิดพลางเริ่มเปิดแล็ปท็อปเพื่อทำงาน

ไม่นานนักฉันก็ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์แล่นมาใกล้ พอหันไปดูก็เป็นพี่โสที่ขี่มอเตอร์ไซค์มา ทำเอาฉันตื่นเต้นที่จะได้เห็นงานของแก

“พี่โส สวัสดีค่ะ” ฉันทักทายพี่โส “มาแต่เช้าเลยค่ะ”

“เอางานมาส่ง” พี่โสเดินเข้ามาที่ใต้ถุนบ้านภูครามแล้วหยิบเสื้อในมือออกมาโชว์ 

“ว้าว…” ฉันอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น

ทุกคนรอบ ๆ ทั้งน้องใจดี นมสด พี่เจนต่างก็เดินมาดูที่เสื้อพี่โสกันหมด ส่วนเจ้าของเสื้อก็ยิ้มภูมิใจในผลงาน ฉันรีบเดินขึ้นไปเอากล้องถ่ายรูปที่เก็บไว้บนบ้าน เพื่อเอามาถ่ายรายละเอียดงานของแก

“เดี๋ยวพี่รีดก่อนแล้วค่อยถ่ายนะ จะได้สวย ๆ” พี่โสขอเอาเสื้อเชิ้ตไปรีดให้เรียบร้อยสวยงาม แกกลับด้านของเสื้อ แล้วรีดเสื้อบริเวณด้านใน อย่างที่แกเคยบอกว่าการรีดเสื้อด้านในก็เพื่อป้องกันไม่ให้สีฝ้ายปักซีดเร็วเกินไป 

ในขณะที่พี่โสรีดเสื้ออยู่ ฉันก็ตั้งใจดูดีเทลงานของแกไปด้วย เห็นว่ามีกระต่ายสีน้ำตาล กบตัวจิ๋ว สัตว์หลายชนิดที่ยืนกระจายอยู่ทั่วทุกมุมป่า และมีคนเก็บเห็ดอยู่ที่มุมเสื้อด้านหน้าถูกปักเพิ่มขึ้นมา ‘ต้องเป็นพวกเราสามคนแน่เลย’ ฉันคิดในใจ

พอรีดเสื้อเสร็จเรียบร้อยฉันก็มาพิจารณาที่เสื้อของพี่โสอีกครั้ง แล้วได้ลองใส่เสื้อด้วยตัวเองด้วย 

“มีต้นอะไรบ้างคะเนี่ย”

“มีต้นติ้ว อันนี้ต้นรัง อันนี้ต้นกระบก ส่วนอันนี้ต้นจิก” แกค่อย ๆ ไล่นิ้วไปที่ต้นไม้แต่ละต้น เริ่มตั้งแต่ทางขวา “ต้นเต็งน่ะแหละ ส่วนมากจะเป็นเต็งรัง”

“กระบกคืออันที่เป็นใบแบบดอก ๆ อันนี้ใช่ไหมคะ”

“ใบดอก ๆ ใช่ค่ะ”

“อันนี้ล่ะคะ” ฉันชี้ไปที่ต้นไม้ต้นเล็กสุดที่มีลำต้นสีเทา

“ต้นข่อยหินน่ะนะ ที่อยู่ในดานหินน่ะ… แล้วมีเหมือดแอ”

“เหมือดแอคืออันนี้หรอคะ” ฉันชี้ไปที่ต้นไม้ลำสีดำที่แกเคยพูดถึง ต้นเหมือดแอถูกปักอยู่บริเวณด้านขวาของเสื้อด้านหลัง

นอกจากต้นไม้ ฉันยังเริ่มสังเกตเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ทั่วทั้งเสื้อ ทั้งก้อนหิน พุ่มหญ้า และดอกหญ้าเล็ก ๆ ที่กระจายไปทั่วทั้งเสื้อ และมีสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งถูกปักด้วยสีขาวกับน้ำตาล มีกระรอกยืนอยู่บนตอไม้ บ้างก็เกาะอยู่บนกิ่งไม้ เจ้ากระต่ายสีขาวและน้ำตาลซ่อนอยู่ตามต้นไม้ แมลงเกาะอยู่บนดอกหญ้า กบตัวเขียวบนก้อนหิน น้องวัว น้องควายยืนอยู่ตามมุมซ้ายขวากระจายไปรอบ ๆ ตัวเสื้อ นกน้อยลักษณะแตกต่าง บ้างบินอยู่บนท้องฟ้า บ้างเกาะอยู่ที่ยอดต้นไม้

นอกจากนี้ที่ด้านบนของเสื้อทั้งหน้าและหลังมีก้อนเมฆสีฟ้าเข้ม บางก้อนก็แทรกสีน้ำตาลเข้าไปให้ดูครึ้มฟ้าครึ้มฝน ก้อนเมฆหลายก้อนถูกปักไล่ตามช่วงบ่าจนถึงแขนเสื้อซึ่งเป็นก้อนเมฆสีฟ้าอ่อน และขาว เปรียบเหมือนกับท้องฟ้าที่ครึ้มแล้วค่อย ๆ สว่าง เพื่อรับกับสีที่ถูกย้อมมาเหมือนท้องฟ้าส่องแสงอย่างที่พี่โสคิดไว้

พอไล่ดูรายละเอียดทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ฉันกับนมสดได้รับข้อความจากพี่เหมี่ยวว่าให้สัมภาษณ์พี่โสเรื่องเสื้อเชิ้ตตัวนี้ได้เลย เราเลยเตรียมตัว หาพื้นที่ เตรียมโทรศัพท์สำหรับอัดเสียง และถ่ายวิดีโอ

พวกเราเดินไปทางสวนด้านข้างบ้านภูคราม ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสาย ๆ ที่แดดกำลังส่องมารำไร ๆ พอได้เอาเสื้อพี่โสมาแขวนไว้ท่ามกลางใบไม้สีเขียว ยิ่งทำให้เสื้อดูมีชีวิตมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก 

ฉันเรียกหาพี่โส เพื่อให้แกมายืนพรีเซนต์ผลงานข้าง ๆ เสื้อเชิ้ตของตัวเอง

“ยืนตรงนี้ดีไหม” แกถามขึ้นเพื่อให้ดูว่าถ้าถ่ายภาพหรือวิดีโอออกมา มุมไหนจะโอเคที่สุด

“ได้ค่ะ” ฉันตอบ ก่อนพูดแซวแก “พี่โสมั่นใจมุมไหนคะ”

“เอาเลย มุมไหนก็ได้” พวกเราหัวเราะเบา ๆ

“เริ่มจากข้างหน้าก่อน หรือข้างหลังก่อนดี” นมสดถามขึ้น

“พี่โสอยากเริ่มเล่าจากข้างหน้า หรือข้างหลังก่อนดีคะ” ฉันหันไปถามพี่โส

“ได้หมดเลยค่ะ”

“งั้นเป็นข้างหน้าก่อนเลยเนาะ” เนื่องจากเสื้อถูกแขวนให้โชว์ที่ด้านหน้าพอดี ฉันเลยเสนอให้เริ่มจากด้านหน้า

“นี่คือภาพบรรยากาศวันนั้นที่พาเลเดียไป เลเดียบอกว่าอยากไปป่า พี่เลยพาไปดูว่าภูหลังดำมันเป็นยังไงบ้าง”

“เสื้อตัวนี้ คือตั้งใจปักป่าภูพาน ที่ช่างโสตั้งชื่อว่า ‘มนต์เสน่ห์ภูหลังดำ’ ” พี่โสเริ่มอธิบาย แล้วเอามือวาดเป็นวงกลมตรงบริเวณสีดำเหลือบครามบนเสื้อเชิ้ต “คือลักษณะเสื้อน่ะ จะเป็นสีดำ พี่ก็เลยจินตนาการว่าเป็นป่าภูหลังดำ ที่มีลักษณะเป็นสีดำ และเหมือนหลังคน”

ฉันกับนมสดตั้งใจฟังพลางพยักหน้า

“แล้วป่าก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ต่าง ๆ แล้วก็มีเห็ดด้วย เพราะช่วงนี้ฤดูฝน” ระหว่างที่พูดพี่โสก็ค่อย ๆ ไล่มือไปตามลวดลายต่าง ๆ ที่ปัก ทั้งสัตว์ต่าง ๆ และดอกเห็ดที่อยู่บริเวณด้านซ้ายล่างของเสื้อ

“นี่คือภาพบรรยากาศวันนั้นที่พาเลเดียไป เลเดียบอกว่าอยากไปป่า พี่เลยพาไปดูว่าภูหลังดำมันเป็นยังไงบ้าง”

“มีเลเดีย พี่จ๋อม แล้วก็พี่โสกำลังเก็บเห็ด… พี่เรียกมันว่าดอกเห็ดใต้ดิน เพราะว่ามันเกิดใต้ดิน ซึ่งทุกคนก็ตามหากัน ไม่ว่าป่าจะอยู่ลึกขนาดไหน อยู่แห่งหนใดก็จะตามหาดอกเห็ดนี้”

บริเวณที่พี่โสปักดอกเห็ด แกได้ปักเราสามคน พี่โส พี่จ๋อม และฉันเอาไว้ด้วย โดยใช้ภาพสลักคนจากภูผายลมาแทนการปักเป็นคนจริง ๆ ฉันเห็นแล้วเดาออกในทันทีเลยว่าใครเป็นใครบ้าง พี่โสกำลังก้มเก็บเห็ดอยู่ ส่วนพี่จ๋อมนั่งที่โขดหินพร้อมยื่นเห็ดให้ฉันที่กำลังเอื้อมรับเห็ดจากพี่จ๋อม เป็นภาพที่น่ารักมาก ทำเอาฉันนึกภาพของวันนั้นได้อย่างชัดเจน เพราะทั้งคู่ตั้งใจกันหาเห็ดมากทั้ง ๆ ที่พี่จ๋อมเองก็ยังเจ็บเอวอยู่

“อันนี้กำลังเก็บเห็ด” แกอธิบายด้วยรอยยิ้ม “มีเลเดีย พี่จ๋อม แล้วก็พี่โสกำลังเก็บเห็ด”

“อ๋อ” นมสดตอบรับด้วยน้ำเสียงชื่นชม

“พี่เรียกมันว่าดอกเห็ดใต้ดิน เพราะว่ามันเกิดใต้ดิน ซึ่งทุกคนก็ตามหากัน ไม่ว่าป่าจะอยู่ลึกขนาดไหน อยู่แห่งหนใดก็จะตามหาดอกเห็ดนี้” พี่โสยิ้มมีความสุข

“แล้วเวลาขากลับก็เห็นน้องวัว” แกชี้ไปที่น้องวัว ที่อยู่ทางด้านขวา 

“พี่ใช้สัตว์ภูผายลแทนตัววัว ควาย แล้ววันนั้นก็เจอลุงที่เขามาเลี้ยงควายกันด้วย แล้วก็มีต้นติ้ว” กระเถิบขึ้นไปจากน้องวัว น้องควาย มีคุณลุงคนหนึ่งนั่งพิงต้นติ้วอยู่

“ส่วนมากน่ะ ป่าแถวภูพานเราก็จะเป็นป่าเต็งรังเนาะ” แกหันมาอธิบาย

“แล้วต้นอื่น ๆ มีต้นอะไรบ้างครับ” นมสดถาม

“อันนี้ข่อยหิน ต้นรัง ต้นกระบก แล้วก็ต้นจิก” พี่โสค่อย ๆ ไล่รายชื่อต้นไม้ที่อยู่ถัดจากต้นติ้วไปทางซ้ายมือ

“โห เหมือนจริงมาก” นมสดเอ่ยชม

“ต้นกระบกส่วนมากพี่จะปักเป็นใบกลม ๆ” แกชี้ไปที่ต้นไม้ที่ทำใบเป็นดอกกลม ๆ ที่ฉันเคยถาม บนเสื้อเชิ้ตมีต้นกระบกอยู่สองต้นที่กลางเสื้อ และด้านล่างขวา

แล้วพี่โสก็กลับด้านเสื้อเพื่อโชว์ให้เห็นป่าไม้ที่อยู่ด้านหลัง

“ข้างหลังก็จะเป็นป่า อุดมไปด้วยสัตว์ต่าง ๆ” แกค่อย ๆ ไล่นิ้วมืออธิบายแต่ละส่วนเหมือนเช่นเดิม “ในป่าก็จะมีผู้คนแทรกตามต้นไม้ เพราะบางคนก็ไปหาเห็ดกันค่ะ… ก็จะมีต้นรัง ต้นจิก ต้นหนามแท่น แล้วก็ต้นงิ้วป่า ต้นเหมือดแอ”

บริเวณด้านหลังเสื้อยังคงล้อมรอบไปด้วยต้นเต็ง ต้นรัง ต้นกระบก แล้วยังมีต้นไม้ที่รูปทรงแปลกตาแตกต่างจากต้นที่พูดมาก่อนหน้าด้วย ต้นหนามแท่นมีลำต้นสีเขียวออกเทา และมีใบสีเขียวอ่อนลักษณะเหมือนกลีบดอกไม้เรียงกันขึ้นไปตามกิ่งก้าน ส่วนต้นงิ้วป่ามีลำต้นเล็ก ๆ ใบเป็นสีน้ำตาลมีลักษณะเหมือนดอกไม้เรียวแหลม

“ก็จะมีสัตว์น้อยใหญ่ แล้วมีเห็ดอยู่ทั่ว ๆ พี่จะใช้ดอกไม้เป็นดอกเห็ดค่ะ” พี่โสอธิบายต่อ

“ที่เห็นสัตว์ในภาพนี่มีอะไรบ้างครับ” นมสดถาม

“อันนี้เป็นกระต่ายป่าค่ะ จะมีสีขาวและสีน้ำตาล แล้วก็จะมีตัวกระรอก มีน้องวัว น้องควาย”

“ตรงแขนเสื้อมีอะไรไหมครับ”

“ตรงแขนเสื้อพี่ปักเป็นก้อนเมฆเป็นท้องฟ้า” แกชูแขนเสื้อขึ้น ก่อนจะกลับด้านไปที่แขนเสื้อด้านหน้า “แล้วก็นี่ เป็นตะวันโผล่ขึ้นมา”

ที่แขนเสื้อด้านหน้ามีพระอาทิตย์ส่องแสง เหมือนที่ฉันเคยเห็นแกร่างภาพเอาไว้ก่อนหน้า

“วันนั้นเป็นท้องฟ้าครึ้มด้วย เพราะว่าฝนตก” พี่โสชี้ไปที่เมฆสีครึ้มที่อยู่บริเวณเสื้อสีครามเข้ม

แกเล่าเรื่องราวของลวดลายต่าง ๆ บนเสื้อจนครบ แล้วพวกเราก็เก็บของกลับมานั่งใต้ถุนบ้านเหมือนเดิม

พี่โสเก็บเอาทุกรายละเอียดที่เจอไว้ในความทรงจำ ก่อนจะถ่ายทอดออกมาบนเสื้อเชิ้ตตัวนี้

ทุกการอธิบายของพี่โส ล้วนเป็นภาพที่ฉันเห็นในวันที่เราไปภูหลังดำทั้งหมด ไม่ว่าแกจะพูดถึงส่วนไหนของเสื้อ ฉันก็นึกภาพในหัวตามขึ้นมาได้ในทุก ๆ ช่วง สิ่งที่ฉันประทับใจที่สุดคือการที่มีพวกเราเก็บเห็ดกันอยู่บนเสื้อ มีน้องวัว น้องควายยืนอยู่ใกล้ ๆ กับคุณลุงเจ้าของที่พาวัวควายขึ้นไปเลี้ยงบนภู ซึ่งเราได้เจอแกระหว่างทางตอนขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านคนอื่น ๆ ที่เราได้เจอระหว่างทางขึ้นไปบนภูในวันนั้น ซึ่งเป็นผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์เดียวกันกับเรา

เหมือนพี่โสเก็บเอาทุกรายละเอียดที่เจอไว้ในความทรงจำ ก่อนจะถ่ายทอดออกมาบนเสื้อเชิ้ตตัวนี้ ทำให้ฉันที่ได้ไปอยู่ในสถานการณ์นั้นรู้สึกอินไปกับทุกรายละเอียดบนเสื้อ และมองเห็นมากกว่าความสวยงามของผลงาน แต่มองเห็นไปถึงความรู้สึก ความสนุก ความประทับใจที่แทรกอยู่ในทุกฝีเข็ม และทุกลวดลายการปักของแกได้เป็นอย่างดี 

ภูหลังดำของพี่โสไม่ได้เป็นเพียงภาพของต้นไม้หลากหลายชนิด หรือสัตว์น้อยใหญ่ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของป่าเท่านั้น แต่ยังบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนที่เข้าไปใช้ชีวิตในป่า อาศัยอยู่ร่วมกันโดยไม่เข้าไปทำลายป่า ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของผู้คนบนภูพานจริง ๆ

นี่แหละคือมนต์เสน่ห์ภูหลังดำที่แท้จริง

เขียนโดย เล