ตอนที่ 6 : ศิลป่าบริสุทธิ์ (จบ)

“แรกๆ เสื้อตัวนี้เป็นความตั้งใจที่มองปุ๊ปอยากได้ปั๊ป พอเริ่มทำงานชิ้นนี้ก็เริ่มจากก้อนเมฆ เราก็ไล่ก้อนเมฆมาตามโทนสีเสื้อ ส่วนด้านหลังก็จะเป็นก้อนเมฆมากมาย รู้สึกชอบงานชิ้นนี้ที่เราทุ่มเททำตลอดระยะเวลา 3 เดือน”

วันนี้พี่วิแวะเข้ามาที่ภูครามแต่เช้าเพื่อเอาเสื้อมาให้ดูความคืบหน้า จากตอนแรกที่เรานัดกันที่บ้านพี่แจ๋วตอนบ่าย แผนจึงเปลี่ยนนิดหน่อย

“วันนี้มีอะไรเพิ่มขึ้นมาบ้างคะ” ฉันถามขณะที่พี่วิกำลังหยิบเสื้อออกมากางให้ดู พี่วิหันด้านหลังเสื้อชี้ต้นที่มีใบสีเขียวอยู่ชายเสื้อด้านขวา

“ไปเห็นต้นใบตองเรียงค่ะ ที่เอาไว้ห่อหมกเวลาเราไปป่า ไปภู เห็นต้นเขาแล้วเลยเอามาปักใส่กันด้วย”

“ตองเรียงกับตองตึงคืออันเดียวกันรึเปล่าคะ”

“ถ้าตองตึงคือต้นกรุงค่ะ ตองเรียงเขาจะมีลักษณะใบคล้ายวงกลม ใช้งานได้ ห่อหมกปลาห่อของกินได้” 

“ต้นนี้สวยมาก ต้นอะไรคะ” ฉันชี้ไปที่ต้นที่ลำต้นสีเข้มใบสีเขียว

“ต้นสมอ หรือส้มมอค่ะ มีลูก อันนี้จะเป็นกระบกที่กำลังผลัดใบ อันนี้เป็นดอกไม้ป่าที่ขึ้นมา เห็นเขาเล็กๆ เลยนำมาใส่ด้วย นี้ต้นข่อยดาน แต่เขาค่อนข้างจะกลมกลืนไปกับพื้นของหญ้า ชอบอยู่ดานหินที่มีต้นหญ้าเล็กๆ”

พี่วิพลิกเสื้อมาด้านหน้า ด้ายที่เนาไว้เป็นวงกลมเริ่มมีลายปักเสร็จแล้วบางวง

“ด้านหน้าก็จะเป็นภูผายล ก็จะเป็นคุณภูครามของเราที่มีอยู่หลายตัว มีคนด้วยเล็กๆ ใกล้จะเสร็จแล้ว วงกลมที่เราจะใส่ระลึกถึงความหลังที่เราเคยทำผ่านมา ก็จะเรียบร้อย”

มองโดยรวมงานที่ต้องทำก็เหลืออีกไม่มาก ใส่รายละเอียดอีกเล็กน้อย และปักในวงกลมให้ครบก็จะเสร็จแล้ว ฉันจึงแน่ใจว่างานพี่วิจะส่งทันสิ้นเดือนแน่นอน พี่วินำเสื้อมาให้ดูแล้วขอตัวกลับ เพราะจะต้องพาหลานกลับไปนอน

อาทิตย์ถัดมาพี่วิมาส่งงานวันเดียวกับพี่แจ๋ว เป็นจังหวะที่ดีมาก เพราะพอถ่ายวิดีโอสัมภาษณ์พี่แจ๋วเสร็จได้ไม่นาน พี่วิก็มา ฉันนำเสื้อพี่วิไปรีดให้ เพื่อถ่ายวิดีโอ 

“เล่าตอนที่เลือกเสื้อตัวนี้ให้ฟังหน่อยค่ะพี่วิ”

“พี่วิตั้งชื่อว่าพฤกษาหน้าฝน คือมีความชุ่มฉ่ำของฝนของต้นไม้ที่เขากำลังเขียวขจีมากมายหลากสี ที่กำลังได้รับน้ำฝนอย่างเต็มที่อยู่แบบธรรมชาติที่มีความสดชื่นมากๆ เสื้อตัวนี้มีคำกลอนที่ตั้งใจคิดกับลูกสาว น้องเบลล่า”

“แรกๆ เสื้อตัวนี้เป็นความตั้งใจที่มองปุ๊ปอยากได้ปั๊ป พอเริ่มทำงานชิ้นนี้ก็เริ่มจากก้อนเมฆ เราก็ไล่ก้อนเมฆมาตามโทนสีเสื้อ ส่วนด้านหลังก็จะเป็นก้อนเมฆมากมาย รู้สึกชอบงานชิ้นนี้ที่เราทุ่มเททำตลอดระยะเวลา 3 เดือน”

“เสื้อตัวนี้มีชื่อว่าอะไรนะคะ”

“พี่วิตั้งชื่อว่าพฤกษาหน้าฝน คือมีความชุ่มฉ่ำของฝนของต้นไม้ที่เขากำลังเขียวขจีมากมายหลากสี ที่กำลังได้รับน้ำฝนอย่างเต็มที่อยู่แบบธรรมชาติที่มีความสดชื่นมากๆ เสื้อตัวนี้มีคำกลอนที่ตั้งใจคิดกับลูกสาว น้องเบลล่า ตอนนี้ขึ้น ป.5 แล้ว เขาอยากมีส่วนร่วมกับแม่ เลยแต่งกลอนให้ เพราะต้นไม้มีเยอะแยะมากมาย เลยชอบชื่อที่แม่ตั้ง แล้วช่วยกันแต่ง”

“เสื้อตัวนี้ได้โจทย์ว่ายังไงนะคะ”

“ตลอดเวลาที่เราทำงานผ่านมา 10 ปี ของภูคราม เราได้อะไรมามั่ง เรารู้สึกว่าได้อนุรักษ์ ได้ใส่ความรู้สึกที่เราตั้งใจว่าเราเห็นคุณค่าของป่าในแต่ละฤดูของธรรมชาติบ้านเรา ใน 3 ฤดู ร้อน ฝน หนาว ในช่วงนี้เป็นหน้าฝน เราเลยใส่ในความเป็นป่าภูพานของเราค่ะ”

“ตรงนี้จำลองมาจากสถานที่ไหนคะ”

“ตรงนี้ก็จะเป็นแถวภูแก่งหอย มองดูแล้วเห็นมีลำธารน้ำตอนฝนตกแล้วมีน้ำไหลมา แต่ถ้าหากว่าเป็นหน้าแล้งก็จะไม่มีน้ำ” 

“มีต้นอะไรอยู่บ้างคะ”

“มีต้นเปลือย มีต้นตะแบก มีกระดิ่งนางฟ้า ตัวนี้จะเป็นต้นน้ำนมแดง” พี่วิไล่มือไปตามต้นต่างๆ บนเสื้อ

“แล้ววงกลมต่างๆ พี่วิอยากเล่าเรื่องอะไรคะ” ฉันเห็นลวดลายที่ต่างกันไปในแต่ละวง

“วงกลมเล่าถึงชิ้นงานของช่างวิที่ผ่านมา ได้โฟกัสในจุดเล็กๆ ที่ช่างวิเคยปัก นำมาใส่ในงานชิ้นนี้เหมือนกันค่ะ ตลอดระยะเวลา 10 ปี ของภูคราม”

“ดูข้างหลังหน่อยค่ะ นั่นต้นกระดิ่งนางฟ้าใช่ไหมคะ” ในวงกลมที่ไหล่ซ้ายมีลายปักดอกกระดิ่งนางฟ้า หรือที่พี่วิชอบเรียกว่าต้นแหว่ง 

“อันนี้โฟกัสกระดิ่งนางฟ้า เขากำลังออกดอก”

“สวยมาก” ฉันประทับใจลายเส้นในวงนี้ของพี่วิ

“อันนี้จะเป็นกล้วยไม้ เอื้องป่าที่อยู่บนต้นไม้” พี่วิชี้วงกลมถัดมาที่อยู่บนไหล่ขวาของเสื้อ แล้วก็ไล่ลงมาที่วงกลมใหญ่สุดด้านหลัง

“อันนี้อยากให้มองดูแล้วเหมือนพระอาทิตย์”

“แล้ววงกลมพวกนี้ มีอะไรบ้างคะ” ฉันชี้วงกลมถัดไปที่ไล่ไปตามแขน

“มีตอไม้มีนกที่บินมาเกาะ มีแมลงปอ เป็นงานที่ช่างวิเคยทำ”

“แมลงปอชอบมาตอนหน้าฝนด้วยเนาะ” ฉันรู้สึกว่าลายแมลงปอเข้ากับฤดูฝนพอดี

“ใช่ เอามาใส่ไว้ด้วยกัน”

“ตัวเสื้อล่ะคะ มีกระต่ายด้วย น่ารักมากเลย กระต่าย 2 ตัว”  

“มีกระต่ายคู่นะคะ ภูพานเรามีกระต่าย ก็ใส่ไป” เพราะพี่วิเคยเห็นกระต่ายในป่าภูพาน จึงได้นำมาบันทึกไว้ในลายปัก

“ต้นไม้พี่วิสวยมาก มีต้นอะไรบ้างคะ”

“มีน้ำนมแดง รู้สึกว่าเขาสดใสเปล่งปลั่งมาก มีเปลือย มีต้นกระบกที่กำลังเปลี่ยนสี อันนี้เป็นต้นตองเลียง ก้อนเมฆส่วนมากทำให้คล้ายจริง เหมือนเขาปลิวมาช่วงฝนกำลังจะตก”

“แล้วต้นที่ไม่มีใบนี้คือต้นอะไรคะ”

“ต้นที่เขายืนต้นตาย แต่เขาก็มาทำให้ชิ้นงานเรามีมิติมากขึ้น”

“สวยมาก”

พี่วิพลิกเสื้อมาด้านหน้า แล้วเริ่มเล่าตั้งแต่วงกลมใหญ่ด้านบนซ้ายไล่ลงมา

“ต้นกระดิ่งนางฟ้าที่อยู่ข้างลำธาร มีภูผายลที่เหมือนเขามีชีวิตอยู่ เดินอยู่บนโขดหิน มีก้อนหินเล็กๆ เยอะแยะ” 

ที่แขนข้างหนึ่งมองไปที่เสื้อจะอยู่ด้านซ้ายของเรา มีวงกลมลายดอกไม้

“นี้เป็นชิ้นงานที่เคยผ่านมาตั้งแต่เราเริ่มต้นทำงาน จากที่ยังไม่เคยเป็นรูปเป็นร่าง เหมือนปีแรก ปีต่อมาเริ่มพัฒนามีต้นไม้มีกิ่งไม้ แล้วต่อมาเราก็ทำเสมือนภาพจริงได้” พี่วิชี้ไปที่วงกลมที่มีภูผายล

“เหมือนทักษะเราพัฒนาขึ้น” ฉันเสริม 

แขนเสื้อที่มองไปอยู่ทางขวา มีลายปักต้นไม้อยู่เป็นกลุ่ม 

“นี่เป็นเหมือนต้นไม้ที่อยู่รวมกันหลายๆ ต้นในป่า” พี่วิอธิบาย

“กลอนที่แต่งกับลูกสาวว่ายังไงคะ”

“กลอนชื่อ พฤกษาหน้าฝน รู้สึกว่ามันเข้ากับเสื้อที่เราตั้งใจทำตลอดระยะเวลา 3 เดือน” พี่วิบอกชื่อแล้วก็ท่องกลอนให้ฟัง 

“ป่าไม้พฤกษาสี เป็นชีวีแห่งธรรมชาติ 

ลำธารน้ำสะอาด ไม่เคยขาดงามจับตา

สัตว์ป่านานาพรรณ อยู่ร่วมกันสุขนานมา

ภูครามเห็นคุณค่า พฤกษาป่าในหน้าฝน”

ฉันมองดูงานของพี่วิด้วยความชื่นชม นับเป็นชิ้นงานที่ใช้คำว่าสวยได้เปลืองมาก ที่ประทับใจอีกอย่างคือความตั้งใจที่ช่วยกันแต่งกลอนกับลูกสาว ทำให้เรื่องเล่ามีความหมายและเพิ่มคุณค่าให้กับชิ้นงานนี้ สำหรับคนที่ได้เสื้อตัวนี้ไป ฉันคิดว่าคุณไม่ได้แค่เสื้อ แต่คุณได้งานศิลปะที่รวบรวมประวัติศาสตร์ ความงาม และจิตวิญญานของคนทำ ที่งดงาม บริสุทธิ์ เต็มไปด้วยความตั้งใจและความรัก เป็นความภูมิใจของภูครามอีกชิ้นหนึ่ง

เขียนโดย ม่านเมฆา