จาก แพร อมตา จิตตะเสนีย์
“นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบและรู้จักภูคราม ภูครามได้มอบบทเรียนอันแสนมีค่าให้กับชีวิตเรามาโดยตลอด”
เป็นเวลาเพียงไม่ถึง 2 ปี ที่ได้มีโอกาสรู้จักครอบครัวภูคราม แต่เรากลับรู้สึกได้ถึงพลังความรัก ความอบอุ่น ความเอ็นดู และความเมตตา เสื้อตัวแรกของเราเป็นผลงานของพี่ไข่ดาวที่ได้มาจากงาน Crafts Bangkok 2022, Bitec เป็นเสื้อเชิ้ตสีครามเข้ม ปักลายเมฆเล็กๆ น่ารักกำลังดี บวกกับการคุมโทนของสีที่เลือกใช้ที่ให้ความรู้สึกแบบ minimal แต่แฝงไปด้วย detail สะดุดตา ในปีนั้นเราไปงานฤดูกาลแห่งภูพาน เปิดบ้านภูครามครั้งที่ 2 วันนั้นเป็นวันที่มีความสุขมาก งานสนุก อาหารอร่อย ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ได้เห็นความรักของคนที่มาร่วมงานที่มีต่อภูครามแล้วมันได้รับแรงกระเพื่อมตรงนั้นไปด้วย และเป็นครั้งแรกที่ได้ฟังกลุ่มศิลปินช่างฝีมือแชร์ความรู้สึกและประสบการณ์ของตัวเอง มันเป็นช่วงเวลาที่ผสมผสานความอิ่มเอมและความเบิกบานพร้อมๆ กัน
ในงานเปิดบ้านภูครามครั้งที่ 2 เราได้ผลงานของพี่บวบอยู่หลายชิ้นที่เล่าถึงความทรงจำของพี่บวบ นอกจากความสวยงามของฝีเข็มพี่บวบแล้ว สิ่งที่เราสัมผัสได้จากผลงานของพี่บวบคือความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในชิ้นผลงาน หนึ่งในผลงานของพี่บวบที่เรารักมากคือ งานปักต้นไม้ที่โดนตัด บนเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลที่น้องเจนย้อมจากมะเกลือ เราเคารพความรู้สีกของพี่บวบจริงๆ เพราะความสวยไม่ได้จำเป็นต้องสมบูรณ์เสมอไป พี่บวบเลือกที่จะจารึกความรู้สึกและความทรงจำของต้นไม้นี้เพื่อส่งต่อข้อความมาถึงคนรุ่นต่อๆ ไปอย่างสันติภาพ โดยเลือกที่จะใช้เครื่องมือส่งสารผ่านกระบวนความคิดและศิลปะ ตรงจุดนี้ เราตกหลุมรักภูครามเข้าแล้วจริงๆ
เดินเล่นแถวภูคราม
เย็นวันนั้นพี่เหมี่ยว เปเล่ พาเราไปเดินเล่นดูนิเวศแถวบ้าน สีธรรมชาติที่น้องเจนนำมาใช้ย้อมเก็บในบริเวณพื้นที่ใกล้ๆ มองไปทางไหน เราเห็นทุ่งข้าวสีเหลืองตัดกับบรรยากาศพระอาทิตย์กำลังตก ไม่ถึง 5 นาทีเราได้พบกับลานหิน ตอนแรกก็งงๆ อยู่ว่ามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร เพราะว่ามันเป็นนิเวศที่แปลกมาก เหมือนเดินอยู่บนพระจันทร์ สวย มีเสน่ห์เป็นของตัวเอง เราอึ้งกับสิ่งที่กำลังเห็นอยู่ตรงหน้า ลานหินเหมือน oasis ของสิ่งมีชีวิตในบริเวณนั้น แต่ลานหินนี้กำลังถูกคุกคามอย่างหนัก และในไม่ช้าอาจเกิดเหตุการณ์อย่างเช่น ระบบนิเวศล่มสลาย ต้นไม้ใหญ่ตาย น้ำเน่า และความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นค่อยๆ ลดจำนวนไป เพราะลานหินไม่ได้ถูกยอมรับว่ามีคุณค่ามากพอจากหน่วยงานหรือผู้ที่มีอำนาจ
ลานหินเป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้เราได้เห็นความตั้งใจของภูครามในหลายๆ มิติมากขึ้น
ในฐานะที่เราทำงานสื่อเพื่อธรรมชาติ และเป็นอีกหนึ่งคนที่มีความรักให้ต่อศิลปะวัฒนธรรมผ้าท้องถิ่นของประเทศไทย สำหรับเราแล้ว ภูครามไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์เสื้อผ้าที่เรานำมาสวมใส่ในชีวิตประจำวัน แต่ทุกครั้งที่เราใส่ภูครามแปลว่า นี้คือสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจและการส่งต่อคุณค่า เพราะภูครามสะท้อนมากกว่านิเวศของภูพาน มากกว่าเรื่องราวของชุมชนหรือแม้กระทั่งมากกว่าความรู้สึกส่วนบุคคลของศิลปินช่างปัก แต่เป็นดั่งภาพสะท้อนของความรัก การรักษา การส่งมอบ รอยต่อ การต่อสู้และการปกป้อง
ภูครามไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์เสื้อผ้าที่เรานำมาสวมใส่ในชีวิตประจำวัน แต่ทุกครั้งที่เราใส่ภูครามแปลว่า นี้คือสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจและการส่งต่อคุณค่า
ตัวอย่างการขับเคลื่อน
นอกจากนี้ภูครามยังเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมในเรื่องของการสร้างขบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นได้อีกด้วย เป็นพื้นที่ของการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยใช้การย้อมสีจากพืชพรรณท้องถิ่น สร้างลายปักที่มีความหมายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะกลุ่ม ใช้วิธีการปักมือสร้างคุณค่าในเชิงศิลปหัตถกรรม เพื่อพัฒนากลุ่มสตรี สร้างรายได้ให้กับกลุ่มช่างฝีมือ และส่งต่อเรื่องการดูแลทรัพยากรของตัวเอง ภูครามจึงเป็นตัวอย่างที่โคตรเยี่ยมที่สามารถส่งต่อเรื่องราวและความภูมิใจในวิถีชีวิตของชาวภูครามสู่สังคมภายนอกได้และรุ่นต่อๆ ไปในอนาคต
อีกสิ่งที่ประทับใจคือภูครามเป็นเหมือนบ้าน เป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของผู้ที่เป็นช่างฝีมือ ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างให้เกียรติกันและกัน จุดนี้ทำให้เกิดการยอมรับและเกิดการยกระดับของอาชีพ จากช่างปักชุมชนกลายมาเป็นศิลปินช่างฝีมือของประเทศไทย และด้วยความที่ภูครามเป็นพื้นที่ปลอดภัย จึงทำให้ทุกคนมีความตั้งใจ ความทุ่มเท ความวิริยะอุตสาหะ ความขยันและความอดทน แถมน้ำพริกบ้านนี้อร่อยมากกกก
ไหนๆ ก็บอกรักทั้งที เราอยากให้ครบประเด็น
เรื่องราวและแบบเสื้อผ้า
อย่างที่ทุกคนทราบ ภูครามเด่นในการทำ storytelling ผ่านการปัก ฝีเข็มและความคิดสร้างสรรค์ของช่างทุกคน แต่เราอยากจะขอชมในเรื่องของ pattern การออกแบบเสื้อผ้าด้วย ตัวเราไม่ได้เป็นสาวหวาน แต่เราชอบดอกไม้ใบหญ้ามาก แบบเสื้อผ้าของภูครามมีหลากหลาย ทำให้เข้าถึงคนได้ทุกกลุ่ม และการ mix & match เสื้อผ้าจากภูครามก็ทำให้เราได้พบว่า เราสามารถเป็นตัวเราได้เต็มร้อย เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากๆ จากมุมของผู้สวมใส่
และเสื้อตัวล่าสุดจากภูครามของเราเป็นผลงานของพี่วิ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของนิเวศต้นน้ำบนภูพานกับความทรงจำวัยเด็ก มีการปัก ดอกไม้ ต้นไม้ใหญ่และที่ประทับใจคือต้นกระดิ่งนางฟ้าหรือว่าต้นแหว่งจากลำน้ำอูน ถือว่าเป็นผลงานที่ละเอียดอ่อน น่ายกย่องไว้ว่าเป็น masterpiece เร็วๆ นี้เราว่า ภูครามน่าจะต้องมีจัด trip หรืออะไรสักอย่าง เรายังไม่อยากที่จะ spoil มาก แต่ขอบคุณความน่ารักของพี่วิ ที่เห็นว่าเราเป็นคนชอบกินข้าวเหนียวมาก รีบถีบรถกลับบ้านเพื่อไปเอาข้าวที่เพิ่งสีของตัวเองมาให้เราไว้กินที่กรุงเทพ
จากวันนั้นถึงวันนี้ พี่เหมี่ยวกับพวกเราก็กลายเป็นแก๊งที่ชื่นชอบการเดินทางไปตามที่ต่างๆ เพื่อศึกษาค้นหาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยกันนอกเหนือจากพื้นที่ภูพาน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ปางมะผ้า และดอยหลวงเชียงดาว ทั้งหมดทั้งมวล เราอยากขอขอบคุณภูครามและเพื่อนๆ ที่น่ารักทุกคนสำหรับมิตรภาพที่มอบให้กันค่ะ สัญญาว่าจะเป็นสนับสนุนภูครามไปจนวันสุดท้ายของลมหายใจเรา
ปล. ถึงเราจะไม่เคย “จอง” เสื้อผ้าบน facebook ได้เลยสักครั้ง แต่ก็จะไม่ย่อท้อและสู้ต่อไปค่ะ





















ขอบคุณน้องแพรค่า


