ทุกคนที่มาต่างไม่รู้จักกันบ้าง รู้จักกันบ้างแต่ตั้งใจดี มาเพื่อที่จะช่วยพวกเราชาวภูครามให้ทำงานต่อได้ ขอบคุณที่เชื่อมั่นเราชาวภูคราม ขอบคุณที่ทุกท่านเสียสละเวลาอันมีค่ามาให้พวกเรา
เสียงสะท้อนถึงภูคราม … มันดังกังวานมากๆ ในใจของเรา วันที่ 31 ตุลาคม ถึงวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
จากคน 40-50 คน นักสังคมวิทยา นักธรรมชาติวิทยา นักออกแบบแฟชั่น อินฟลูเอนเซอร์ นักการตลาด นักมนุษยวิทยา นักสิทธิมนุษยชน เกษตรกร สื่อ นักธุรกิจ คนทำงานชุมชน ช่างภาพ ลูกค้า นักวิชาการ นักการศึกษา แม้กระทั่งพระ
ในครั้งแรกที่วางแผนกระบวนการกำหนดผู้เข้าร่วม 15 คน แต่เอาเข้าจริงมีคนสนใจเข้าร่วมกระบวนการทั้งหมด 45 คน มีทั้งคนที่รู้จักมานาน รู้จักไม่นานและไม่รู้จักเลย มาร่วมสะท้อนมุมมองที่มีต่อภูครามแบบข้ามศาสตร์
กิจกรรมมีทั้งหมด 3 วัน
วันแรก
วันแรก เรียนรู้ผู้คนของภูคราม (จิตวิญญานของช่าง)
เราแบ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปอยู่ตามบ้านช่าง บ้านละ 3-5 คน โดยช่างอยู่แบบไหน กินแบบไหน คุยกันไป แลกเปลี่ยนกันไปแบบไม่ได้ปรุงแต่งอะไร
วันที่สอง
วันที่สอง เรียนรู้พื้นที่ที่ภูครามทำงาน (จิตวิญญานของภูพาน)
เราพาผู้เข้าร่วมเดินชมป่าภูพานกับชาวภูคราม พื้นที่ที่เราอยู่อาศัย หาอยู่หากิน เป็นพื้นที่่ที่เราสื่อสาร
วันที่สาม
วันที่สาม เป็นวันที่ทุกคนร่วมกันสะท้อนภูครามแบบตรงไปตรงมา แบบไม่มีอคติ
อ.ธิปเดินเข้ามาหาหลังจบวงสะท้อน บอกเหมี่ยวว่า “เหมี่ยวกล้ามากเลย ที่ให้คนมาสะท้อนแบบนี้” เหมี่ยวนิ่งไปนิดนึงเพราะยังมึนๆ เสียงสะท้อนมีหลายแง่มุมมาก
รอบนี้เหมี่ยวไม่ได้อาศัยความกล้าเลย เพราะตั้งใจรับเสียงสะท้อนที่ดีและไม่ดี เพื่อนำมาพัฒนาต่อ มุมมองของคนนอกที่มีต่อเราเป็นตัวแทนของคนรับสารได้ดี เราจะได้รู้ว่ากระบวนการทำงานของเราสื่อสารไปได้ถึงผู้คนจริงไหม เราทำได้จริงไหม
เหมี่ยวตั้งใจเปิดใจ เปิดการกระทำ เปิดวิธีการให้ผู้คนได้เห็น เป็นบทเรียนสำหรับการทำงานชุมชน หัวใจของการทำธุรกิจในชุมชน หัวใจของพื้นที่ การอยู่ร่วมกัน และการทำงานกับผู้คนในชุมชน หากการพัฒนาชุมชนคือการทำให้ชาวบ้านเงินมากขึ้นอย่างเดียว อาจไม่เรียกว่าการพัฒนา การทำงานตลอด 10 ปี ความหมายของคำว่า “พัฒนา” เปลี่ยนแปลงไปในทุกๆ ปี จนถึงเดี๋ยวนี้
เสียงสะท้อนที่มีความหมาย
เสียงสะท้อนของทุกคนมีความหมายมาก มีเรื่องที่เต็มไปด้วยกำลังใจ คำแนะนำ คำเตือน และวิธีการ ทั้งหมดนี้จะถูกถอดออกมาเป็นหนังสือ เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการถอดบทเรียน 10 ภูคราม เป็นหนังสือที่เราตั้งใจให้เป็นแนวทางและบทเรียนให้กับผู้คนที่ทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “คนทำงานชุมชน” ภูครามไม่ใช่โมเดลที่ดีสุด แต่เป็นหนึ่งในโมเดลที่อยากส่งต่อเพื่อให้ผู้คนนำไปปรับใช้
ขอขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ทุกคน ถ้าพิมพ์ชื่ออาจไม่ครบหมด เพราะสมองมันเบาๆ ว่างๆ มาหลายวัน แต่เต็มไปด้วยความตื้นตัน มีความหวัง มีกำลังใจ ทุกคนที่มาต่างไม่รู้จักกันบ้าง รู้จักกันบ้างแต่ตั้งใจดี มาเพื่อที่จะช่วยพวกเราชาวภูครามให้ทำงานต่อได้ ขอบคุณที่เชื่อมั่นเราชาวภูคราม ขอบคุณที่ทุกท่านเสียสละเวลาอันมีค่ามาให้พวกเรา
ขอบคุณเพื่อนๆ กัลยาณมิตรที่ถามไถ่ เป็นห่วง ทักมาให้คำปรึกษา เต็มใจช่วยแม้มาไม่ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวภูคราม ในปีที่ 10 นี้ เราแข็งแรง แข็งแกร่งมาก ปลาบปลื้ม ดีใจ รักในผู้คนของภูครามมาก
ขอบคุณมากค่า
มีประเด็นมากมายที่อยากบันทึก แต่วันนี้ได้เท่านี้

