ตอนที่ 2 : ตำนานบ้านยางโล้น

ฝนตกลงมาเมื่อคืน ทำให้อากาศตั้งแต่เช้าตรู่ของวันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม เย็นสบายจนฉันไม่อยากลุกขึ้นมาทำอะไรเลย

พี่นุ่มนิ่มทักมาถามถึงสถานการณ์ว่าหากฝนไม่หยุดตกอาจไม่สะดวก

แต่ไม่นานหลังจากพวกเราตกลงกันเสร็จฟ้าฝนก็เป็นใจ ฝนหยุด เหลือเพียงไอเย็นที่มาพร้อมกับฝนที่ยังคงอยู่

เวลา 9 โมงสี่สิบห้า มอเตอร์ไซค์สีแดงคู่ใจพี่นุ่มนิ่มเลี้ยวเข้ามาในภูคราม ฉันก็รีบกระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์

ตลอดทางไปบ้านยางโล้นวันนี้อากาศดีเป็นอย่างมาก ลมเย็นชื่นใจ

พี่นุ่มนิ่มบอกว่าวันนี้จะพาไปดูต้นติ้วแถวที่นาของที่บ้าน ที่เป็นแรงบันดาลใจในการปักเสื้อตัวที่แล้วที่เพิ่งส่งให้ทางภูครามไป

ระหว่างทางแวะบ้านพี่นุ่มนิ่มเพื่อทักทายสมาชิกในบ้าน ปังก็วิ่งเข้ามาทักทายเช่นกัน

พอมาถึงก็เจอกับปัญหา ต้นติ้วที่เคยออกดอกตอนนี้ไม่เหลือแล้ว ทำให้ฉันกับพี่นุ่มนิ่มพยายามหาต้นติ้วให้เจอโดยเทียบกับสภาพแวดล้อมในรูป กับจุดที่เรายืนอยู่ว่าถูกต้นไหม

ทางไปนาบ้านพี่นุ่มนิ่มทางเป็นหลุมเป็นบ่อเพราะฝนเพิ่งตก เด้งขึ้น เด้งลง จนไปถึงทางสโล้ปก็เหมือนลงสไลเดอร์ไหลลงไป ในที่สุดก็ถึงแล้ว

ที่นาของพี่นุ่มนิ่มมีต้นปาล์มที่เพิ่งปลูกไปเมื่อปีที่แล้วตอนนี้ยังเป็นต้นเล็ก ๆ อยู่เลย ตอนแรกเคยปลูกมันสัมปะหลังมาก่อน แต่เปลี่ยนมาปลูกปาลล์มเพราะมันทนน้ำมากกว่า

ส่วนข้าง ๆ ต้นปาล์มมีบ่อน้ำที่พี่นุ่มนิ่มบอกว่าพ่อเป็นคนลงมือขุดเอง มีความลึกเท่ากับท่อคอนกรีต 7 ท่อมาเรียงต่อกัน

ถัดมาพี่นุ่มนิ่มชี้ให้ดูเพิงหลังน้อยพร้อมกับบอกว่า เพิงหลังนี้พี่เคยปักลงไปบนเสื้อภูครามสีมะเกลือ ที่กำลังจะไปวางขายที่งาน Craft Bangkok 2026 หลังจากเดินกินลมชมวิวกันซักพักพวกเราก็ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังบ้านของพี่นุ่มนิ่ม

ขากลับออกมาจากนาตอนขึ้นทางลาดก็ทุลักทุเลไม่แพ้กัน ดินมันนิ่มจากฝนที่ตกลงมาเมื่อคืน

เราเดินขึ้นด้านข้างตรงที่มีหญ้าและต้นไม้ขึ้น เพราะดินมันจะแข็งกว่าดินแดงที่เอามาถมเป็นถนน ส่วนพี่นุ่มนิ่มก็ค่อย ๆ นำมอเตอร์ไซค์ขึ้นเนินมาถึงด้านบนอย่างปลอดภัย ฉันจึงกระโดดขึ้นซ้อนท้ายแล้วมุ่งหน้ากลับบ้านพี่นุ่มนิ่ม

ก่อนกลับไปถึงบ้านฉันขอแวะร้านขายของชำเพื่อซื้อน้ำดื่มเพราะฉันลืมหยิบกระติกน้ำติดตัวมาด้วย

อาจเพราะฝนเพิ่งหยุดตกไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ทำให้สัญญาณไม่ดีเลย ทำให้ฉันไม่สามารถสแกนจ่ายได้ซักที โชคดีที่แถวนี้ทุกคนรู้จักกันหมด พี่นุ่มนิ่มจึงบอกว่าเดี๋ยวขอติดไว้ก่อน

แต่พอเราขึ้นไปบนหลังมอเตอร์ไซค์แล้วสัญญาณก็กลับมาพอดี ฉันจึงรีบกดโอนแล้วตะโกนเข้าไปบอกพี่ในร้านระหว่างที่มอเตอร์ไซค์แล่นไปข้างหน้า ไม่นานฉันก็มาถึงบ้านของพี่นุ่มนิ่ม

ก่อนเดินขึ้นไปบนบ้านพี่นุ่มนิ่มหันมาบอกฉันว่า พี่ปักไปได้แค่นิดเดียวเองใจดี ฉันบอกไปหลายรอบว่าไม่เป็นไร ๆ ก็นึกว่านิดเดียวที่ทางนั้นหมายถึงคือเพิ่งปักต้นไม้หรือก้อนหินเพิ่มแบบนิด ๆ หน่อย ๆ

พอฉันเข้าไปในห้องแล้วได้เห็นเสื้อที่แขวนอยู่ บนเสื้อด้านล่างฝั่งซ้ายแน่นไปด้วยต้นไม้และใบไม้ที่ปักจนเต็มแล้ว ส่วนฝั่งขวาก็เป็นลำต้นและกิ่งก้านที่ปักเสร็จแล้ว เหลือแค่ปักใบไม้ลงไป คำว่านิดเดียวของเรานั้นไม่เท่ากันจริง ๆ

พี่นุ่มนิ่มบอกกับฉันว่าปกติเวลาปักผ้าจะเป็นคนที่ช้ามาก ๆ แต่พอมีฉันเข้ามาทำซีรียส์ตามติดชีวิตช่าง พี่นุ่มนิ่มบอกว่ารู้สึกเกร็งและเกรงใจฉัน

จึงมีไฟในการทำงานมากเป็นพิเศษ ทำให้งานปักเสร็จไว้ขึ้นมาก จากที่ก่อนหน้านี้บางครั้งก็คิดไม่ออกว่าจะปักอะไรจนไม่เริ่มซักที หรือปัก ๆ หยุด ๆ ไม่ต่อเนื่อง

แสดงว่าการทำซีรีย์ตามติดช่างนี้เป็นความคิดที่ดี ทำให้ช่างแต่ละคนที่ถูกติดตามมีไฟและแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้นเป็นกองเลย

รอบนี้พี่นุ่มนิ่มเล่าให้ฟังว่าได้ไอเดียสุดบรรเจิดตอนกำลังอาบน้ำที่จะปักเสื้อตามเพลงที่ชื่อว่า เพลงตำนานบ้านยางโล้น

ซึ่งเป็นเพลงที่แต่งโดยคุณครูจากโรงเรียนบ้านยางโล้น โดยเอามาจากเรื่องเล่าที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังมาเรียบเรียงเป็นเพลงเพื่อเปิดให้เด็ก ๆ ฟังที่โรงเรียน

เนื้อเพลง: ท้องถิ่นหลังเขาลำเนาพนา เล่าขานกันมาแต่ครั้งปู่ย่าตายาย

เทือกเขาลดหลั่นแก่งธารน้ำใส สัตว์ป่าน้อยใหญ่มวลไม้หลายพันธุ์

คนบ้านนางเติ่งคือรุ่นปู่ตา แยกย้ายออกมาปลูกสร้างปักปัน

พบที่แห่งใหม่หัวใจสุขสันต์ พวกพ้องรู้กันโยกย้ายตามมา

ทิศเหนือมุมหนึ่งน่าทึ่งเมื่อยล ไม้ยางยืนต้นไร้กิ่งก้านสาขา

เป็นต้นยางใหญ่สูงไกลลิบตา ใกล้ต้นพฤกษาคือหนองน้ำบ่อก้อม

ช่วงปลายของต้นมีแอ่งน้ำใส ปลาหมอคู่วิ่งไล่สีดั่งทองห้อมล้อม

ชาวบ้านน้อมกายน้อมกายยินยอม ขนานนามพร้อมตั้งใจกราบไหว้บูชา

คำว่ายางโล้นที่คนเหย้าหยอก ใช่ยางไร้ตอกดั่งที่ใครว่ากล่าวหา

แต่คือตำนานมีความเป็นมา ลูกหลานรู้ค่าและภาคภูมิใจ

เพลงนี้บรรยายครบเกี่ยวกับที่มาว่าคนบ้านยางโล้นจริง ๆ แล้วย้ายมาจากหมู่บ้านนางเติ่ง แล้วทำไมถึงตั้งชื่อว่าหมู่บ้านยางโล้น พร้อมทั้งตอบข้อสงสัยที่ฉันมีในคราวแรกที่ได้ยินชื่อหมู่บ้าน ตอนแรกฉันก็เข้าใจว่าคำว่า ยาง หมายถึง ล้อยาง แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ มันหมายถึงต้นยางต่างหาก

คุยกันไปคุยกันมา พี่นุ่มนิ่มก็เปิดประเด็นถามว่า ทำไมตัวเองถึงเป็นผู้ถูกเลือก เพราะเมื่อวันศุกร์ที่เรียกให้ช่างทุกคนเข้ามาเลือกเสื้อที่จะนำไปปักเพื่อนำมาจัดทำมินิซีรียส์นี้

ตัวพี่นุ่มนิ่มเองก็นึกว่าเป็นการประชุมปกติของภูครามตามปกติ แต่พี่นุ่มนิ่มก็บอกว่าแอบเอะใจเล็ก ๆ

ตอนที่พี่เหมี่ยวทักมาหาเรื่องการประชุมในช่องทางส่วนตัวแทนที่จะบอกในกรุ๊ปที่มีช่างปักทุกคน

พี่นุ่มนิ่มงงมากว่าทำไมตัวเองถึงเป็นหนึ่งในช่าง 10 คนที่ถูกเลือก เจ้าตัวบอกว่า มีช่างเก่ง ๆ หรือช่างที่มีประสบการณ์ในการทำงานปักกับภูครามมานานกว่าตนอีก

หลังจากที่พี่นุ่มนิ่มได้เข้ามาทำงานภูคราม งานชิ้นแรกที่ได้ทำเป็นเสื้อแขนยาว พี่นุ่มนิ่มไฟแรงและอยากทำให้ดีที่สุดเพราะเป็นงานแรกจึงปักดอกไม้จนเต็มตัว 

ส่วนตัวที่ 2 ที่ปักต้องปักด้วยด้ายสีขาว บนเสื้อสีขาวให้เต็มทั้งตัว แต่ว่าตอนปักมือหนักไปหน่อยทำให้เสื้อหด พี่นุ่มนิ่มเล่าแบบติดตลกว่าโชคดีที่คนที่ซื้อเสื้อตัวนั้นไปเป็นคนตัวเล็กทำให้เสื้อที่หดใส่ได้อย่างพอดิบพอดี หลังจากนั้นจึงฝึกฝนฝีมือมาเกือบ 2 ปี

พวกเราคุยกันไปเรื่อย ๆ จนช่วงใกล้ ๆ เที่ยงน้าเต็มแม่ของพี่นุ่มนิ่มก็เดินขึ้นมาถามว่าพวกเราต้องการกินอะไร

เราสั่งผัดกะเพราพร้อมกำกับไปว่าขอแบบเผ็ดน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ส่วนพี่นุ่มนิ่มสั่งข้าวผัด จากที่ตอนแรกเปิด the ghost radio ฟังกัน

ระหว่างกินข้าวพวกเราเปลี่ยนมาดูรายการจับคู่เดตแทน พอกินข้าวเสร็จเอากล่องข้าวลงไปเก็บ ซึ่งน้าเต็มก็เป็นผู้เลี้ยงอาหารมื้อนี้

เขียนโดย ใจดี