รู้จักภูครามน่าจะประมาณปีที่ 3 ของแบรนด์ ตอนนั้นเหมี่ยวยังไปๆมาๆ ระหว่างกรุงเทพและสกลยังไม่ได้กลับมาอยู่สกลเต็มตัว ในงานเวิร์คช็อปภูครามครั้งแรกที่เหมี่ยวจัดผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีแต่เพื่อนๆเหมี่ยวมาร่วมทดลอง ร่วมเรียนรู้ด้วยกัน ซึ่งสมัยนั้นยังวนเวียนอยู่แค่ในเรื่องการทำผ้า การเกี่ยวคราม ทำคราม การย้อมสีเปลือกไม้ใบไม้ การฟิกซ์สี การทำเส้นฝ้ายต่างๆ ชาวบ้านหลักๆที่เราได้คลุกคลีก็วนเวียนอยู่ในเครือญาติเหมี่ยวในคุ้มบ้านแม่เฒ่า(ยายของเหมี่ยว)และกลุ่มป้าทำที่บ้านหนองส่าน ช่างปักตอนนั้นนอกจากเหมี่ยวก็เหมือนจะมีดาอีกคน(อาจมีอีกแต่นึกไม่ออก)ช่วงนั้นงานปักยังเพิ่งเริ่มต้น
ผ่านเวลาไปไม่นานนักเหมี่ยวก็กลับมาอยู่สกลเต็มตัวงานของภูครามขายได้และมีการพัฒนาเรื่อยมา ชื่อเสียงของภูครามมีมากขึ้นในแวดวงงานคราฟต์ ในขณะเดียวกันที่หมู่บ้านเหมี่ยวเองและหมู่บ้านใกล้เคียงก็มีคนสนใจเข้ามาขอทำงานกับภูครามมากขึ้นเหมือนกัน โดยเฉพาะพาร์ทของงานปัก คนที่เข้ามามีหลากหลายมาก งานหลังบ้าน การบริหารสต๊อก คุณภาพงาน งานขาย งานเล่าเรื่องให้คนนอกฟัง การสร้างความเข้าใจให้สมาชิกเข้าถึงหัวใจหรือแนวคิดของภูคราม ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ผิดพลาดคลาดเคลื่อนบ้าง ทันบ้างไม่ทันบ้างเราขึ้นไปภูครามบางครั้งบางทีก็เจอลายปักผ้าแปลกๆ เช่น ลายหมาดัลเมเชี่ยน เห็นม้วนผ้าที่ย้อมไม่ได้คุณภาพวางกองไว้ เห็นเสื้อที่ตัดเย็บเสร็จแล้วสีเฟด แขนเสื้อด้านซ้ายด้านขวาใหญ่ไม่เท่ากัน ฯลฯ ของเหล่านี้คือต้นทุนที่เหมี่ยวแบกไว้โดยที่ไม่ปล่อยให้กระทบชาวบ้านที่ทำงานมาส่ง เหมี่ยวมีความแน่วแน่ที่จะให้งานภูครามเป็นงานที่ออกมาจากมือชาวบ้านบนภูพานล้วนๆ ความผิดพลาดเสียหาย เป็นบทเรียน เอาไว้เรียนรู้ เอาไว้สอนกัน ทำความเข้าใจกันซ้ำแล้วซ้ำอีก เมื่อมีโอกาสที่เหมาะสมก็ชวนคนข้างนอกมาช่วยเติมความรู้ให้ช่าง จัดกิจกรรมภายในที่ได้ถ่ายเทความรู้ความเข้าใจกัน หรือไม่ก็ส่งช่างบางคนออกไปเรียนตัดเย็บเพิ่มเติม
ขายดีจนเข้าวัด
ภูครามมีช่วงที่บูมทะลุเพดานอยู่ช่วงนึง ในงานแฟร์งานหนึ่งที่ยังคงเป็นตำนาน เสร็จจากงานนั้นพี่ยิปซีใช้คำว่า “ขายดีจนเข้าวัด” เพราะเหมี่ยวขายดีจนเข้าวัดจริงๆ ทางด้านเศรษฐกิจและกำลังใจของคนผลิตงาน การที่งานได้รับความนิยมนั้นเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ในขณะเดียวกันการได้สัมผัสอารมณ์ของคนที่อยากได้สินค้ามากๆ การยื้อแย่ง ความเข้มข้นนี้ก็ส่งผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจของเหมี่ยวมากเช่นกัน พี่ยิปซีสัมผัสได้ว่าเหมี่ยวต้องการที่พึ่งจึงแนะนำให้เหมี่ยวไปตั้งหลัก เสร็จงานใหญ่งานนั้นเหมี่ยวจึงเข้าวัดทันที ซึ่งนี่ก็ถือเป็นจุดสำคัญที่ส่งผลต่อความเป็นไปของภูครามในช่วงต่อๆ มา
โลกภายนอกวัด ความนิยมของสินค้าภูครามทำให้เกิดอุปสงค์และอุปทานของผ้าปักอย่างกว้างขวาง เมื่อภูครามตอบสนองทุกความต้องการไม่ได้ก็มีคนอื่นมาตอบสนองแทน ช่างภูครามบางส่วนออกไปรับงานนอกคนข้างนอกก็เริ่มเรียนรู้วิธีการปักผ้าในรูปแบบนี้ ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้ทำให้ภูครามขายของได้ยากขึ้นหรือน้อยลง แต่สิ่งที่มีผลกระทบจริงๆ คือ บรรยากาศในชุมชน ความสัมพันธ์ของผู้คนที่มีความกระอักกระอ่วน เรื่องราวว่าร้ายที่ตกแต่งดัดแปลงขึ้นเพื่อปกป้องตัวผู้พูดถูกแพร่กระจายไปปากต่อปาก บรรยากาศภายในองค์กรภูครามช่วงนั้นเราจะเริ่มเห็นแล้วว่าใครคือตัวจริงของภูคราม สำหรับคนที่ไม่ยอมแพ้ที่จะพัฒนาตัวเอง อยากทำงานให้ดี มีความพอใจและได้รับความสุขจากงานที่ทำ มีความศรัทธาในตัวเองและเหมี่ยวจะอยู่กับภูครามได้ยาว
สำหรับคนที่ไม่ยอมแพ้ที่จะพัฒนาตัวเอง อยากทำงานให้ดี มีความพอใจและได้รับความสุขจากงานที่ทำ มีความศรัทธาในตัวเองและเหมี่ยวจะอยู่กับภูครามได้ยาว
เขียนโดย พี่อิ๋ม


