ตอนที่ 6 : ความสงบในฤดูฝน (จบ)
“ยายรู้สึกว่ามันเย็น เพราะฝนตกอากาศก็จะเย็นมีความชุ่มฉ่ำ และตอนยายปักเสื้อตัวนี้ ยายสงบค่ะ โดยภาพรวมเราปักอยู่นาไม่ได้ออกไปไหน อยู่คนเดียว ก็มีความนิ่ง”
“ยายรู้สึกว่ามันเย็น เพราะฝนตกอากาศก็จะเย็นมีความชุ่มฉ่ำ และตอนยายปักเสื้อตัวนี้ ยายสงบค่ะ โดยภาพรวมเราปักอยู่นาไม่ได้ออกไปไหน อยู่คนเดียว ก็มีความนิ่ง”
“ในตอนนั้นยายคิดว่า มันเป็นอดีตกับปัจจุบัน แต่ก่อน มันเห็นแค่ลำตัน ทุกวันนี้มันเห็นรากโอบดิน เป็นอารมณ์หลายๆ อย่าง อารมณ์ในธรรมที่ยายคิดว่าคนที่มีน้อยแต่ถ้ามีธรรมแม้จะแค่เล็กน้อย เราก็อยู่ได้ ในตอนนั้นเราจินตนาการเป็นกกมะเกลืออุ้มดินเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าเรามีธรรมเปรียบกับต้นมะเกลือไม่หลือขี้ดินเราก็อยู่ได้”
“ตอนนี้ยายก็กำลังปลูกต้นไม้ในที่ตัวเองอยู่ ยายเลยว่ามาถูกทางแล้วที่เราปลูกป่า หวังจะได้กินเห็ดนี่แหละค่ะ ถ้าเรามีป่าดี ไม้เราใหญ่แล้ว ถึงเราไม่ได้หวังกินเห็ดเราก็จะได้กิน เพราะว่าเห็ดมันชอบขึ้นตามป่าอยู่แล้ว สิ่งนี้ก็จะตามมาเองนั่นแหละค่ะ”
เสื้อตัวนี้เป็นฝ้ายแท้ใส่แล้วจะอุ่น เวลาอากาศร้อนก็ไม่ร้อนมาก แต่ผ้าทอลักษณะนี้ต้องระวังมากเวลาปัก เพราะถ้าดึงแรงผ้าจะย่น เราต้องทำความเข้าใจผ้าด้วย เส้นฝ้ายที่เราใช้ปักแต่ละครั้งก็ไม่เหมือนกัน มีทั้งเส้นเดียว มีทั้งเส้นเกลียว
เวลายายได้พูดเรื่องเสื้อนี่ยายมีความสุขนะ เพราะเราอยู่กับมันจริงๆ แต่ละบทแต่ละตอนสัญญาเก่าเราเกิด เราเลยมีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่าน่ะค่ะ
มาอยู่ภูครามสอนเราว่าเราไม่ต้องมีใครก็ได้ เราสุขจากภายในของเราเอง สุขจากการมีสติ เวลาเราทำงานเราก็ยู่กับผ้าตรงหน้า เราไม่ต้องไปไหน แต่ก่อนถึงเราทำนาใจเราก็พุ่งไปที่อื่น งานอื่นมันทำให้อกุศลเราเกิด ยังมีโลภ มีความนั่นนี่ แต่พอเรามาอยู่กับผ้าเราได้ฝึกตัวเอง
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดในชีวิตค่ะ คือเราได้อยู่กับธรรมะ ธรรมชาติ เพราะคำว่ามีเงินเยอะของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน มีเงินเยอะก็เคยมีมาแล้ว ที่ไหนที่ว่าสนุกมีความสุขก็ไปมาแล้ว แต่ว่ามันก็ไม่ได้มีความสุขจริงๆ
"เราเห็นว่าชีวิตเรามีค่า เวลาได้ปักผ้า ก็ไม่ได้คิดอกุศล อกุศลบ่อเกิด มันก็เลยมีสุข สุขในตรงนี้ สุขในสมาธิ สุขในการที่สอดด้ายไปสอดด้ายมา มันบ่อได้ไปไสน่ะ มันก็สุข สุขอยู่ข้างในน่ะ"