ตอนที่ 2 : ยายใจดี
เวลายายได้พูดเรื่องเสื้อนี่ยายมีความสุขนะ เพราะเราอยู่กับมันจริงๆ แต่ละบทแต่ละตอนสัญญาเก่าเราเกิด เราเลยมีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่าน่ะค่ะ
เวลายายได้พูดเรื่องเสื้อนี่ยายมีความสุขนะ เพราะเราอยู่กับมันจริงๆ แต่ละบทแต่ละตอนสัญญาเก่าเราเกิด เราเลยมีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่าน่ะค่ะ
ตัวนี้เล่าถึงหน้าแล้ง จุดเริ่มต้นตอนคิดงานชิ้นนี้ คือตอนนั้นเป็นหน้าแล้ง เราไปเดินป่ากับพี่เหมี่ยวอยู่ตรงมอซันทางไปคำเพิ่ม แล้วเห็นต้นอะราง พี่เหมี่ยวเลยถามว่าใครชอบต้นไม้ต้นไหน ความคิดแต่ละคนเป็นยังไง พี่แจ๋วชอบต้นอะราง
พวกเราเดินอ้อมเพื่อเข้าไปในนา บนเนินในที่นาของพี่พรรณมีเพิ่งหลังน้อยไว้ให้นั่งรับลม ข้าง ๆ บึงบัว พี่พรรณบอกชอบชวนเพื่อน ๆ มานั่งกินส้มตำตรงนี้ หรือเมื่อก่อนสมัยที่ยังไม่ได้มานั่งปักผ้าตรงมุมประจำที่ภูคราม บางวันพี่พรรณก็จะมานั่งปักผ้าตรงนี้ มันทุกคนว่าไว้จริง ๆ
เสื้อมะเกลือนี้อยากเล่าถึงความแข็งแรงของต้นไม้นี้ กับมวลเมฆที่มาพร้อมๆกัน
พวกพี่น่ะปกติเราไปไร่ไปนาก็เห็นวิวทิวทัศน์อยู่แล้วนะ พอมาทำงานกับพี่เหมี่ยว แกก็พาเราอยู่กับธรรมชาติ ได้เห็นต้นไม้ ดอกไม้ ไปภู ไปผาก็ โอ๊ย...รู้สึกอยากจะถ่ายรูปวิวมาลงบนเสื้อ... อย่างเมื่อวานพี่นั่งดูท้องฟ้า มันงามจนพี่อยากถ่ายรูปแล้วเอามาใส่ในเสื้อ พี่รู้สึกว่าเราสังเกตสำเร็จ รู้สึกว่า อื้ม! น่าสิเป็นภูครามละล่ะ
“งานนี้ชื่อมนต์เสน่ห์ภูหลังดำ... ทีนั่นน่ะ ตรงข้างล่างเขาเอิ้นว่าลุมภู พี่ไม่แน่ใจภาษากลางมันเรียกว่าอะไรนะ แต่มันคือเทือกเขา ที่มีหน้าผา และเป็นหุบเขา มันจะมีหินสีดำ มีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นเต็มไปหมด ร่มรื่นมาก ท้องฟ้าก็สวย ที่หน้าผามันมีหลายมิติ ทั้งอึมครึม ทั้งมีแสงส่อง พี่เห็นแล้วชอบ เลยอยากจะปักออกมา”
ตอนแรกจากที่คิดว่ามาทำภูครามแค่ค่าน้ำค่าไฟก็ยังดี ไม่คิดว่าจะมาไกลขนาดนี้ มันอยากลืมความทุกข์ อยู่แต่ห้องแต่ไห อยากเอางานปักผ้ามากลบความทุกข์ของตัวเอง มันก็ช่วยได้อยู่ ที่แรกที่ตัวเองไปเห็นก็ไม่ชอบ ไม่มักจะเฮ็ด ไหไป บัดนี้เฮาขาดมันไม่ได้ จะทำอะไรก็มืด ถ้ามีอันนี้ทำสักนิดก็ยังดี ก็เพลินไป มีอันนี้ก็ทำจนมืดจนค่ำ
ป้าดัดชี้ดอกไม้บนเสื้อที่กำลังปักอยู่ให้ดู "เขาไม่ได้สอนดอกอื่น เขาสอนดอกนี้ สีขาวรวด พอดอกที่สองก็ให้ลองใส่สี ดอกนี้อะดอกแรกที่ตอนเข้าไปอยู่ภูคราม ตอนอยู่แรกๆทำไม่กลม เพิ่นก็ให้เป็นการบ้าน 5 วันกว่าป้าจะปักพอกลม ถ้าไม่กลมเขาไม่เอางานให้นะ พอ 5 วันพอไปได้จึงเอางานให้ ปักผ้าพันคอทำเป็นเดือนนู้นกว่าจะได้ เราไม่เคยทำ พอปักผ้าพันคอได้ 4-5 ผืนแล้ว เขาจึงให้ลองปักเสื้อต่อ แรกๆปักเสื้อไม่มีความมั่นใจเลยไปๆมาๆขาดไม่ได้แล้ว ทีแรกไม่คิดจะชอบมัน เต็มที่กับมัน แรกๆคิดรีบๆส่งงานจะได้ได้เงินไวๆ งานไม่งามก็ไม่เป็นไร แต่เดียวนี้ไม่ได้ ต้องคิดตลอด"
พี่แน่บอกว่าสำหรับตัวเองแล้วการปักผ้าเป็นงานอดิเรก ที่เปรียบเสมือน หลุมหลบภัย การปักผ้า คือ ความสุข คือการพักผ่อน การได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง อยู่กับฝีเข็ม งานทุกงานตั้งใจทำอย่างถึงที่สุด พื่อถ่ายทอดคุณค่าของตัวเองออกมา ไม่ได้สนใจเรื่องค่าตอบแทนมากนัก พอมีคนชอบ มีคนชม มีคนอยากซื้อก็ดีใจ
เราจะมีงานในชีวิตประจำวันน่ะลูก มีทำไร่ ทำนา เลี้ยงวัว เลี้ยงหยัง ถ้ามีคนมาเอิ้นไปทำงานรับจ้างก็ไป เพราะลูกกำลังเรียน เฮาต้องใช้เงิน…ที่ว่าบ่มีเวลาให้งานก็เพราะเหตุนี้หละ… งานนี่เฮาก็ต้องเฮ็ด งานปักนี้คืองานที่รัก ทำแล้วสบายใจ แต่ปัญหาของงานคือเราไม่มีเวลา เราต้องหาเงินให้ลูกไปโรงเรียน ชีวิตคนเนาะ มันเป็นจั่งซั่นลูก