ตอนที่ 2 : พี่จ๋อม ผู้รักในวิถีชีวิต และความสุขระหว่างทาง
"ชอบท้องฟ้า เพราะพอเรามองขึ้นไปแล้วมันสบายใจ มันโล่ง ปลอดโปร่ง เทือมืดมันก็มืด คือเดียวกับเฮานี่ล่ะ มันเทือสว่างก็สว่าง เทือมืดก็มืด... สายน้ำพี่ก็มัก น้ำมันสิเย็น ทำให้จิตใจเฮาเย็น..."
"ชอบท้องฟ้า เพราะพอเรามองขึ้นไปแล้วมันสบายใจ มันโล่ง ปลอดโปร่ง เทือมืดมันก็มืด คือเดียวกับเฮานี่ล่ะ มันเทือสว่างก็สว่าง เทือมืดก็มืด... สายน้ำพี่ก็มัก น้ำมันสิเย็น ทำให้จิตใจเฮาเย็น..."
เดินขึ้นมาบนบ้านสิ่งแรกที่เราได้เห็นคือเสื้อที่พี่นุ่มนิ่มปักค้างไว้ แขวนอยู่อย่างเด่นเป็นสง่า ด้านหลังมีต้นไม้หลายต้นที่เพิ่มขึ้นมา นอกจากต้นไม้ที่เพิ่มเข้ามา สิ่งที่ทำให้เราทึ่งในความสวยงามก็คือลำธารที่ ปักตามลำธารในป่าลึกใกล้ ๆ แก่งตาจ่า
แต่ก่อนก็ฮู้สึกว่าธรรมชาติมันก็ดีอยู่แล้วล่ะ แต่พอเข้าไปเฮ็ดงานกับภูครามก็รู้ว่าต้นไม้มีค่าทุกต้น ดอกไม้ทุกดอกก็มีความสำคัญ พอเรามองดูด้วยจิตที่พิจารณา ดอกไม้มันก็สวยทุกดอก รวมถึงดอกไม้ที่อยู่ในดิน ในหญ้า เขาเป็นดอกไม้เขาก็มีค่า บ่ว่าเขาสิอยู่ไส อยู่สูงหรือต่ำ... คือเฮานี่ล่ะ เฮามีค่า เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง เป็นเครื่องประดับโลก
ป้าแน่บอกว่าตัวเองไม่ชอบใช่ปากการ่างภาพลงบนเสื้อ เพราะไม่ได้อยากกำหนดตัวเองว่าปักเท่านี้ แต่ชอบที่จะจะใช้ด้ายเนารูปทรงคร่าว ๆ ซะมากกว่า อีกทั้งพอใช้ปากกาเขียนผ้า สุดท้ายปักไปปักมาสีที่ร่างไว้มันก็เลือนอยู่ดี ป้าแน่จึงบอกว่า " คติประจำใจคือปักไปโลด"
เสียงลมพัด เคล้าเสียงไก่ขัน พร้อมกับป้าทำที่กำลังค้นหูกอยู่ตรงหน้า เป็นภาพที่น่ารักและเห็นได้ยากสำหรับฉัน ดีจังที่ได้มาติดตามการทำงานของแก พอได้มาเห็นวิธีแบบนี้แล้วก็เห็นคุณค่าในผ้าหนึ่งผืนมากขึ้น “กว่าจะเป็นผืนผ้า กระบวนการมันน่ะหลายแท้... ละพอเอาไปทอเส้นเล็ก ๆ แบบนี้น่ะนะ ทอไปทีละเส้น ๆ มันใช้ความเพียรอยู่ใด๋ กว่าจะทอได้เป็นผืน 24-25 เมตร”
รอบนี้พี่นุ่มนิ่มเล่าให้ฟังว่าได้ไอเดียสุดบรรเจิดตอนกำลังอาบน้ำที่จะปักเสื้อตามเพลงที่ชื่อว่า เพลงตำนานบ้านยางโล้น เพลงตำนานบ้านยางโล้นที่แต่งโดยคุณครูจากโรงเรียนบ้านยางโล้น โดยเอามาจากเรื่องเล่าที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังมาเรียบเรียงเป้นเพลงเพื่อเปิดให้เด็ก ๆ ฟังที่โรงเรียน
เวลายายได้พูดเรื่องเสื้อนี่ยายมีความสุขนะ เพราะเราอยู่กับมันจริงๆ แต่ละบทแต่ละตอนสัญญาเก่าเราเกิด เราเลยมีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่าน่ะค่ะ
ตัวนี้เล่าถึงหน้าแล้ง จุดเริ่มต้นตอนคิดงานชิ้นนี้ คือตอนนั้นเป็นหน้าแล้ง เราไปเดินป่ากับพี่เหมี่ยวอยู่ตรงมอซันทางไปคำเพิ่ม แล้วเห็นต้นอะราง พี่เหมี่ยวเลยถามว่าใครชอบต้นไม้ต้นไหน ความคิดแต่ละคนเป็นยังไง พี่แจ๋วชอบต้นอะราง
พวกเราเดินอ้อมเพื่อเข้าไปในนา บนเนินในที่นาของพี่พรรณมีเพิ่งหลังน้อยไว้ให้นั่งรับลม ข้าง ๆ บึงบัว พี่พรรณบอกชอบชวนเพื่อน ๆ มานั่งกินส้มตำตรงนี้ หรือเมื่อก่อนสมัยที่ยังไม่ได้มานั่งปักผ้าตรงมุมประจำที่ภูคราม บางวันพี่พรรณก็จะมานั่งปักผ้าตรงนี้ มันทุกคนว่าไว้จริง ๆ
เสื้อมะเกลือนี้อยากเล่าถึงความแข็งแรงของต้นไม้นี้ กับมวลเมฆที่มาพร้อมๆกัน